แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 19
1
อื่นๆ / ฉนวนกันเสียง การดูดซับเสียง/ควบคุมเสียง
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 15:24:02 »
การควบคุมเสียงสำหรับอาคาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการใช้งาน ของแต่ละพื้นที่ใช้สอยในอาคาร โดยเสียงที่มีผลกระทบต่ออาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือเสียงจากภายนอกอาคาร (External Noises) และเสียงจากภายในอาคา(Internal Noises)การป้องกันเสียงจากภายนอก สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1) ควบคุมด้วยระยะทาง ทุกระยะห่างจากต้นกำเนิดเสียง ความดังของเสียงจะลดลง อาทิ หากที่ดินของบ้านอยู่ติดถนนหรือบริเวณที่มีเสียงรบกวน อาจจะต้องวางตำแหน่งอาคารให้ไกลออกจากถนนให้มากเท่าที่จะทำได้
2)หลีกเลี่ยงบริเวณที่เสียงกระทบโดยตรง อาทิ การทำแผงหรือผนังกันเสียง ซึ่งอาจเป็นผนัง แนวรั้ว แนวต้นไม้ ที่จะช่วยกั้นเสียงและลดความเข้มของ เสียงโดยตรงก่อนที่จะที่จะถึงอาคาร
3) การวางผังอาคาร โดยให้พื้นที่ใช้สอยส่วนที่ไม่ต้องการความเงียบมากเป็นตัวป้องกันเสียง หรือกำหนดตำแหน่งช่องเปิดของอาคารหลีกเลี่ยงแนวทางของเสียง
4) การเลือกใช้วัสดุกันเสียงให้กับกรอบอาคาร
อาทิ การบุฉนวนใยแก้วให้กับผนังกรอบอาคาร การเลือกใช้กระจกสองชั้น หรือการใส่ฉนวนกันเสียงให้กับส่วนหลังคาอาคาร

ส่วนการป้องกันเสียงจากภายในอาคาร จะแบ่งเสียงภายในออกเป็น 2 ประเภท คือ เสียงโดยตรง(Direct Noise) และเสียงสะท้อน (Reverberant Noise) สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1)ลดเสียงจากแหล่งกำเนิด เสียงโดยตรง สามารถลดได้ด้วยการใช้แผงกั้นระหว่างต้นกำเนิดเสียงกับผู้ฟังเก็บต้นกำเนิดเสียงไว้ในกล่อง /ห้องที่ปิดมิดชิดที่ทำด้วยวัสดุป้องกันเสียง / ห้องที่มีผนังหนาทึบ หรือทำพื้นสองชั้นที่มีความยืดหยุ่นรองรับเครื่องกล เพื่อช่วยลด Structure-borne Sound ส่วนเสียงสะท้อนสามารถลดโดยการใช้วัสดุดูดซึมเสียงที่ผนัง โดยเฉพาะด้านที่ทำให้เกิดเสียงสะท้อนมาก
2) ลดเสียงที่มาตกกระทบ โดยการวัสดุดูดซับเสียง และวัสดุป้องกันเสียง อาทิ การใช้แผ่นฉนวนเยื่อกระดาษบุเสริมตรงผนังด้านที่เป็นทางต้นกำเนิดเสียง หรือบุแผ่นชานอ้อยเพื่อดูดซับเสียงในโรงแสดงมหรสพ
3) การวางผังอาคาร โดยการแยกบริเวณที่มีเสียงดัง ออกจากบริเวณที่ต้องการความเงียบ หรืออาจจะกั้นพื้นที่สองส่วนนี้ด้วยห้องอื่น

ฉนวนกันเสียง การดูดซับเสียง/ควบคุมเสียง คลิ๊กที่นี่ https://www.noisecontrol.company/

2
อื่นๆ / Moto Guzzi V7 III Carbon Limited Edition โมโต กุชชี่ วี7 ปี 2018
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 15:03:51 »
"  Moto Guzzi V7 III Carbon Limited Edition สองล้อสัญชาติอิตาเลียนสุดคลาสสิค ที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด สำหรับผู้ที่หลงใหลสเน่ห์แบบดั้งเดิมกับความคลาสสิคสไตล์อิตาเลียนแท้ ท้าทายกลาเวลาขับขี่ง่าย คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ตัวถังแบบท่อคู่เหล็กกล้า ALS พร้อมส่วนประกอบแบบแยกชิ้นส่วนได้ ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์คลาสสิค พร้อมไฟเลี้ยวแบบแยก เบาะนั่งแบบยาวนั่งได้สองคน มาตรวัดออกแบบเป็นสองวงแสดงผลข้อมูลการใช้งานอย่างชัดเจน เครื่องยนต์ขนาด 744 ซีซี สร้างกำลังแรงม้าสูงสุดได้ถึง 38 กิโลวัตต์ (52 แรงม้า) ที่ 6,200 รอบ/นาที ผลิตเพียง 1,921 คัน  "

Moto Guzzi เริ่มทำการตลาดมากขึ้นในระดับ Global ด้วยการส่งโมเดลต่างๆ ลงสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในโมเดลรหัส V7 และ V9 ด้วยเอกลักษณ์เครื่องยนต์แบบ V-Twin 90 องศา และรูปแบบของ Classic Bike ที่แตกต่างจากโมเดลอื่นๆในท้องตลาด

ล่าสุดในงาน  Biaritz  ที่ประเทศฝรั่งเศสในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทาง Moto Guzzi ก็เตรียมส่งโมเดลพิเศษของเจ้า V7 III ที่มาในรูปแบบของ Limited Edition จำนวนจำกัด ในชุดสีที่แตกต่างไปจากแนวทางของค่ายอย่างชัดเจน

โดยยังคงพื้นฐานเดิมของเจ้า Moto Guzzi V7 III ไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นขุมกำลังหลัก 744 ซีซี 2 ลูกสูบ V-Twin ให้พละกำลังสูงสุดที่ 48 Hp 6,200  รอบต่อนาที โดยมีเพียงการปรับชุดสีให้เป็นสีแบบ Metallic ที่สะท้อนเงาออกมา โดยมีสีเทาโครเมี่ยม ที่คล้ายกับรุ่น V7 III Milano และ V7 II Rough ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้โดยเป็นสี Matte หรือสีด้านไม่สะท้อนเงานั่นเอง

ซึ่งเจ้า 2018 Moto Guzzi V7 III Limited Edition คันนี้จะผลิตและวางจำหน่ายเพียง 500 คันทั่วโลก และจะมีการรันซีเรียลนัมเบอร์ประกอบ และใบประกาศนียบัตร แสดงการครอบครองพร้อมชื่อผู้ครอบครอง และละวางราคาไว้ที่ 9,999 ปอนด์หรือประมาณ 9,999 ปอนด์ หรือประมาณ 437,000 บาทไม่รวมภาษีนำเข้า ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ Moto Guzzi V7 III ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะมีราคาอยู่ที่ 569,000 บาท สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจอยากได้มาครอบครองก็ต้องติดต่อสอบถามไปที่ Moto Plex ผู้นำเข้าละจัดจำหน่าย Moto Guzzi แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้นครับ

Moto Guzzi V7 III Carbon Limited Edition โมโต กุชชี่ วี7 ปี 2018 https://www.checkraka.com/price/motorcycle-15-157/โมโต-กุชชี่-Moto-Guzzi-V7-III-Carbon-Limited-Edition-ปี-2018-1449280/

3
วิธีทําให้ผิวขาว เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ หลายคนอยากรู้ ขอบอกว่าถ้าอยากขาว พลาด วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรานำมาฝากไม่ได้เด็ดขาดจ้า…

ในหมู่คนรักสวยรักงาม เป็นที่ทราบกันแบบอวดอ้างกล่าวขานต่อ ๆ กันมาว่า “กลูต้าไธโอน” เป็นสารที่ทำให้ผิวขาวผ่องและเป็นที่นิยมกันมาก แม้สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยจะออกมาเตือนผู้บริโภค ว่าไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้น เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร ผลิตภัณฑ์หรือยาอาจช่วยให้ผิวขาวได้ชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ร่างกายก็ผลิตเม็ดสีตามปกติ

อืม… แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะคะ สาว ๆ ก็ต้องมาคู่กับความสวยความงาม วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับ วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองด้วยวิธีธรรมชาติ ๆ มาฝากเพื่อน ๆ กันด้วย ว่าแล้วไปดู 12 วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองกันเลย…

1. การขัดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาด หรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่าย ๆ แต่ได้ผล ซึ่งมีหลากหลายสูตรให้เลือก ได้แก่ มะละกอ นมสด มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว โดยนำอย่างใดอย่างหนึ่งมาผสมกับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว เพียงเท่านี้คุณก็มีสครับขัดผิวได้ง่าย ๆ แล้ว หรือจะใช้ใยบวบในการช่วยขัดผิวก็ได้ การขัดผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่แน่นอนว่าต้องสว่างใสกว่าเดิม และควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการปรนนิบัติและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา เป็น วิธีทําให้ผิวขาว เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้ ต้องดูแลและระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะบางลงและไวต่อแดดมากกว่าเดิม

3. น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น

4. ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไคล เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้ แต่หากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่ควรใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ควรใช้ส้มเช้งที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กันก็ได้

5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดด หรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหน อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า

12 วิธีทําให้ผิวขาวใส บอกลาผิวหม่นหมอง เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด ! คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

4
แค่เพิ่มการดูแลรักษา โน๊ตบุ้ค หรือ notebook ของเราขึ้นอีกหน่อย เราก็สามารถยืดอายุการใช้งานโน๊ตบุ้คของเราได้อีกนาน ลองมาดู 11 วิธีดูแลรักษา Notebook

1.อย่าใช้งานนานเกินไป

โน้ตบุ๊คมีพื้นที่ในการระบายความร้อนค่อนข้างจำกัด ซึ่งความร้อนเหล่านี้อาจส่งผล ให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องมีอายุการใช้
งานสั้นลงได้ หากใช้โน้ตบุ๊คไประยะหนึ่ง ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ควรเลือกใช้ อุปกรณ์เสริมสำหรับระบายความร้อนโน้ตบุ๊คโดยเฉพาะ หรือรู้สึกว่าตัวเครื่อง
มีความร้อนสูงพอสมควรแล้ว เราก็ควรปิดเครื่องเพื่อเป็นการพักเครื่องสักระยะหนึ่งก่อนแล้วจึงเปิด ใช้งานใหม่อีกครั้ง

2.หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือน

เวลาเดินทางควรเก็บโน้ตบุ๊คในกระเป๋าสำหรับ Notebook โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันโน้ตบุ๊คจากการกระทบกระเทือน การกดทับ ดังนั้นการเก็บในกระเป๋า
เฉพาะจะปลอดภัยมากกว่า

3.หมั่นดูแลรักษาจอ LCD

หลีกเลี่ยงการใช้นิ้ว หรือของแข็งสัมผัสหน้าจอ เนื่องจากภายในของจอค่อนข้างบอบบางอาจทำให้หน้าจอเกิดการเสียหายได้ ทำความสะอาดจอภาพ
อย่างถูกวิธี โดยหาซื้อน้ำยาและผ้าที่ใช้สำหรับทำความสะอาดหน้าจอโดยเฉพาะ หรือถ้าไม่อยาก เสียเงิน จะใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ (เอาแค่ชื้น ๆ อย่าให้น้ำ
หยดเด็ดขาด) มาเช็ดทำความสะอาดหน้าจอก็ได้ โดยการเช็ด ทำความสะอาด ควรเช็ดอย่างเบามือที่สุด และเช็ดไปในทางเดียวกัน ห้ามเช็ดแบบหมุน
วนเด็ดขาด เพราะอาจสร้างรอย ขีดข่วนให้กับจอภาพได้

***ห้ามฉีดน้ำหรือน้ำยาลงบนจอภาพโดยเด็ดขาด ควรฉีดน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้าก่อนแล้วจึงนำไปเช็ด เพราะหยดหรือละอองน้ำอาจหลุด
เข้าไปในช่องลำโพง คีย์บอร์ด และข้อต่อต่างๆ อันอาจส่งผลให้เครื่องเสียหายได้***

11 เทคนิคดูแลรักษาโน๊ตบุ๊ค ให้อยู่กับเราไปนานๆ คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

5
อาหาร / สูตรอาหารเสริมเด็ก 6 เดือนขึ้นไป
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 13:31:38 »
ทารกวัย 6 เดือนขึ้นไปเริ่มทานอาหารเสริมเด็กกันได้แล้ว สูตรอาหารเสริมที่เราจะแนะนำนี้นอกจากทำง่ายแล้วยังมีประโยชน์สำหรับลูกน้อยอีกด้วย

สูตรอาหารเสริมสำหรับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป

มันฝรั่งกับผักโขมบด: อาหารเสริมเด็กที่เพิ่งเริ่มทานอาหาร

มังสวิรัติ
มีธาตุเหล็ก
อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี
ส่วนประกอบ

มันฝรั่งขนาดกลาง 1 หัว ปอกและหั่น 4 ส่วน
ผักโขม 20 กรัม
วิธีทำ

1. ต้มมันฝรั่งในน้ำเปล่าจนนิ่ม

2. นึ่งผักโขมในตะแกรงไว้เหนือหม้อต้มมันฝรั่ง 2-3 นาทีก่อนปิดเตา

3. เทน้ำในหม้อทิ้ง และบดมันฝรั่งผสมกับนมที่ลูกกินปกติเล็กน้อย

4. ปั่นผักโขมจนละเอียดแล้วผสมเข้ากับมันฝรั่งบด ทำให้เหลวขึ้นตามชอบด้วยน้ำสุก นมแม่ หรือนมที่เด็กดื่มปกติ

สาลี่กับแอปเปิ้ลบด

มังสวิรัติ
มีวิตามินซี
ส่วนประกอบ

สาลี่สุก 1 ลูก ปอกและหั่นเป็นชิ้นบาง
แอปเปิ้ล 1 ลูก ปอกและหั่นเป็นชิ้นบาง
วิธีทำ

1. ตั้งหม้อไฟต่ำ ใส่สาลี่และแอปเปิ้ลลงไปในหม้อ ตามด้วยน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ คนเป็นระยะ จนผลไม้นิ่ม

2. นำส่วนผสมไปปั่น

สูตรอาหารเสริมเด็ก 6 เดือนขึ้นไป คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

6
บ้านจะไม่มีความเป็นบ้านได้เลย หากขาดองค์ประกอบที่เรียกว่า “เฟอร์นิเจอร์” เพราะเฟอร์นิเจอร์ คือสถาปัตยกรรมขนาดย่อมที่เชื่อมโยงบ้าน และสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านเข้าไว้ด้วยกัน เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามความต้องการใช้งานของสมาชิกในบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นเพื่อมาจัดวางภายในบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึง เพราะนอกจากจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกสบายให้กับสมาชิกในครอบครัวแล้ว เฟอร์นิเจอร์ แต่ละชิ้นยังสะท้อนถึงสไตล์ และรสนิยมของผู้แต่งบ้านอีกด้วย

วันนี้ “นภัทร” ขอเอาใจเพื่อนๆ ที่มีใจรักในด้านการตกแต่งบ้าน ด้วยเทคนิคในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับบ้านของเรา ซึ่งมีสิ่งที่เราควรคำนึงถึง ดังนี้

1.ขนาดพื้นที่ห้อง
สำหรับใครที่มีบ้านหลังใหญ่ และมีพื้นที่ห้องแต่ละห้องภายในบ้านที่กว้างใหญ่ การเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจเลยค่ะ เพราะสามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้หลายแบบ หลายขนาด หลายสไตล์ ตามความพอใจ แต่อย่าลืมว่าต้องดูความเหมาะสมของห้องด้วย เช่น ถ้าพื้นที่ห้องรับแขกกว้างมาก แต่เลือกโซฟาตัวเล็กนิดเดียว ก็จะดูไม่สมดุลกัน แต่ถ้าพื้นที่ห้องเล็กและแคบ ก็ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบประหยัดพื้นที่ หรือเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินเพื่อการใช้งานที่ครบถ้วน และดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

2.สไตล์การตกแต่ง
เรื่องของสไตล์การตกแต่งนั้น เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคลล้วนๆ เลยค่ะ อันนี้ต้องอาศัยการสังเกต และศึกษาหาข้อมูลสไตล์แบบต่างๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันนี้มีแหล่งที่มาให้เราได้ศึกษาค้นคว้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นในอินเทอร์เน็ต หรือนิตยสารตกแต่งบ้าน เช่น ถ้าเราชอบการตกแต่งภายในบ้านสไตล์คันทรี่ ก็ไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสแตนเลส หรือกระจก เพราะดูมีความโมเดิร์นเกินไป หรือถ้าใครชอบการตกแต่งสไตล์หวานๆ แนววินเทจ ก็ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์โทนสีพาสเทลมากกว่าการใช้โทนสีมืด ซึ่งเพื่อนๆ สามารถผสมผสานสไตล์ต่างๆ ได้ตามรสนิยม และความชอบเลยค่ะ ถึงตรงนี้คิดว่าทุกคนคงมีสไตล์การตกแต่งบ้านอยู่ในใจแล้ว เพราะฉะนั้น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับสไตล์ของบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

3.การใช้งาน
ข้อนี้สำคัญที่สุดเลยค่ะ เพราะเราจะต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ครบถ้วนกับการใช้งานของห้องแต่ละห้องภายในบ้าน ไปดูกันดีกว่าว่าหลักๆ แล้ว ห้องแต่ละห้องควรจะมีเฟอร์นิเจอร์สำคัญๆ อะไรบ้าง

ห้องรับแขก-ห้องนั่งเล่น
เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ โซฟาและเก้าอี้ ถ้าห้องมีพื้นที่น้อย การใช้โซฟาแบบสองที่นั่งจะประหยัดพื้นที่และสะดวกมากกว่า อาจใช้เก้าอี้เสริมที่ยกเก็บได้ในเวลาที่มีแขกมาเยอะ สำหรับโซฟาขนาดสามที่นั่งจะเหมาะกับห้องที่มีพื้นที่พอสมควร ส่วนการกำหนดความสูงต่ำของโซฟานั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ และรสนิยมของเจ้าของบ้านค่ะ ทางที่ดีก่อนซื้อควรทดลองนั่งดูก่อนว่าสบายถูกใจหรือไม่

เลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างไรให้เหมาะกับบ้าน และการใช้งาน คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

7
ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง / การดูแลแมวที่ถูกวิธี
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 13:02:52 »
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่กับคนมานานแล้ว หลายๆคนคงทราบดีว่าแมวเป็นสัตว์ ตระกูลเดียวกับเสือ ลองมองดูเจ้าเหมียวของคุณสิเหมือนเสือตัวน้อยๆเลยรึเปล่า แมวเนี่ยมี สัญชาติญาณในการล่าสูง เผลอแป็บเดียวเดี๋ยวก็คาบจิ้งจกมาให้เจ้านายสาวๆกรี๊ดเล่นซะแล้ว

แมวเป็นอย่างนี้ทุกตัวยกเว้นแมวที่อายุมาก เริ่มขี้เกียจขยับเนื้อขยับตัว ก็เหมือนคนเราแหละ จะทำอะไรรวดเร็วเหมือนหนุ่มๆสาวๆได้ยังไงล่ะ แมวแต่ละสายพันธุ์ก็มีนิสัยไม่เหมือนกัน แต่ละตัวก็นิสัยไม่เหมือนกันอีก เช่นแมวเปอร์เซียมีความสุขกับการที่ได้อยู่ในบ้าน ถึงแม้ว่า บางทีจะมองเห็นแมวข้างนอก แต่ก็ไม่กระวนกระวายที่จะแอบหนีออกนอกบ้าน คงเพราะรู้ ว่าข้างนอกมันร้อนมั้ง แต่แมวไทยจะชอบสนุกสนาน วิ่งเล่นรอบบ้าน พอโตเป็นหนุ่ม เป็น สาวก็เริ่มไปไกลหูไกลตา ฮั่นแน่… ไปตรงกะใครรึเปล่า แมวเลี้ยงอยู่ในพื้นที่จำกัดได้ดี ถ้าใครอยู่คอนโดแต่อยากมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเอง ก็น่าจะเป็นแมว เพราะควาคุมเรื่องการ ขับถ่ายได้และเสียงไม่ดังรบกวนห้องข้างๆ การฝึกนิสัยแมวตั้งแต่เล็กก็จะมีส่วนทำให้นิสัย แมวเปลี่ยนไปได้ แมวไทยก็เลี้ยงอยู่แต่ในบ้านได้เหมือนกัน อยากรู้มั้ยล่ะว่าต้องฝึกยังไงต้อง ติดตาม

การเลือกแมวมาเลี้ยงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็มีคนถามถึงเยอะเหมือนกัน ว่าต้องเลือกแมว แบบไหนอย่างไร ก็แล้วเราต้องการแมวแบบไหนล่ะ ชอบแมวขนยาวหรือขนสั้น หน้าตาแบบ ไหน สวยระดับไหน ถ้าเป็นแมวที่ต้องเลือกซื้อ ก็ต้องเลือกที่แน่ใจได้ว่าพากลับมาบ้านแล้ว ไม่ตาย เสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึก เดี๋ยวจะว่ากันในส่วนรายละเอียดอีกที ถ้าเป็นแมวที่ถูกยัด เยียดให้อันนี้ก็เลือกไม่ได้ล่ะ ถ้าเป็นแมวที่ไปรับอุปการะมาจากที่ต่างๆ ก็คงต้องเลือกเอาถูก ชะตาก่อนเป็นอันดับแรก นี่สำหรับกรณีที่เป็นแมวตัวแรก แต่ถ้าเป็นแมวตัวต่อๆไปก็ต้องดู สุขภาพ มอมแมมแค่ไหน ตาแฉะ ขี้มูกเขรอะ ผอม เดินไม่ตรงทาง สรุปได้ว่าโทรม อย่า พาเข้าบ้านเชียว เดี๋ยวจะพาแมวที่บ้านเข้าสู่สภาพเดียวกัน ทีนี้จะมาถึงแมวที่ต้องซื้อ ดูกัน ยาวหน่อยล่ะ ก่อนอื่นศึกษาเรื่องสายพันธุ์ที่ต้องการให้ดี แมวสวยค่าตัวก็สูงเป็นเรื่อง ธรรมดาซะแล้ว แบบไหนที่เรียกว่าสวย ก็ต้องตรงมาตรฐานพันธุ์นะสิ ทั้งแมวไทยทั้งแมว เทศ ศึกษาให้ดีก่อนอย่าใจร้อน จะได้ไม่ต้องซื้อแมวแพงเกินกว่าเหตุ ที่ว่าตรงตามมาตรฐาน คงจะหมายถึงระดับประกวดแหละ

แต่ถ้าระดับเลี้ยงเล่นค่าตัวก็ไม่เท่าระดับประกวดแน่ แมวที่สุขภาพดีหรือไม่ให้ดูที่ตากับจมูกเป็นสำคัญ แมวที่เปิดตามองโลกได้กว้างเท่าที่จะเป็น คือไม่ทำหน้าเหมือนง่วงนอนตลอดเวลา ดวงตาสดใส ไม่มีขี้ตาเขรอะ ดูเป็นแมวที่มีความ กระตือรือร้น จมูกไม่มี้ขี้มูกข้นๆ หรือว่าใส ให้ดูแค่จมูกชื้น ลองแตะดูก็ได้ จมูกแมวจะเย็นๆ แต่ไม่มีน้ำมูกติดมาด้วย ดูแมวที่ร่าเริงที่สุดในกลุ่ม ที่สนใจกับสิ่งรอบข้างไม่ซึมเป็นแมวง่วง อายุของแมวก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ต้องพิจารณา เนื่องจากหลายคนคิดว่าการเลี้ยงแมวต้องเลือก ที่อายุน้อยๆเข้าไว้ถึงจะดี ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย การเลือกแมวที่อายุน้อยมากๆ มักมีปัญหา เรื่องสุขภาพ เพราะบางทีลูกแมวอาจยังต้องการนมแม่อยู่ ยังกินอาหารอื่นไม่ได้ ยังกินอาหาร เม็ดไม่ได้ การปรับตัวเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินจะยังไม่ดีเท่าที่ควร อาจทำให้แมวเติบโต อย่างไม่สมบูรณ์เต็มที่ ดังนั้นควรเลือกแมวที่กินอาหารเม็ดได้แล้วเป็นดี

การดูแลแมวที่ถูกวิธี คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/แมว/

8
ก่อนที่เพื่อนๆ จะทำการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น เพื่อนๆ ควรมาทำความรู้จักกับสินเชื่อส่วนบุคคลกันก่อนนะครับ

โดยสินเชื่อส่วนบุคคล คือ “เงินกู้” ที่ผู้ขอสินเชื่อทำการสมัครและได้รับจากธนาคาร หรือสถาบันการเงิน หลังจากนั้นต้องทำการชำระหนี้เงินกู้พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคล จะแบ่งเป็นหลากหลายประเภทครับ เรามีให้เพื่อนๆ เลือกเพื่อเปรียบเทียบ 2 ประเภทคือ สินเชื่อเงินสด และบัตรกดเงินสด นั่นเองครับ

สินเชื่อส่วนบุคคล มีประเภทอะไรบ้าง?

จากที่พี่หมีได้กล่าวข้างต้นนะครับ ประเภทสินเชื่อมีอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่หลักๆ แล้วจะแบ่งใหญ่ๆ ออกเป็นสินเชื่อที่ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช้สินทรัพย์ค้ำประกันครับ โดยมี 2 ประเภทให้เพื่อนๆ เลือกดังนี้ครับ

สินเชื่อเงินสด
สินเชื่อเงินสด คือ สัญญาเงินกู้ ที่เป็นในลักษณะเงินกู้ก้อนใหญ่ ก้อนเดียวครับ หลังจากนั้นผู้กู้จะต้องทะยอยชำระหนี้เป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ตามระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ยที่สัญญากำหนด โดยระยะเวลาในการชำระหนี้สินเชื่อเงินสดนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เป็นต้น ส่วนจำนวนเงินกู้ที่ผู้สมัครสินเชื่อจะสามารถขอกู้จากสถาบันการเงินได้นั้น จะอยู่ที่ราว 5 เท่าของเงินเดือนนั่นเองครับ

บัตรกดเงินสด
ส่วนบัตรกดเงินสดนั้น จะแตกต่างออกไปจากสินเชื่อเงินสดครับ เพราะบัตรกดเงินสด จะเป็นบัตรที่ใช้กดเงินสดจากตู้ ATMs หากเจ้าของบัตรไม่กดเงินสด ก็ยังไม่เป็นหนี้ (ซึ่งไม่นับค่าธรรมเนียมการถือครองบัตรรายปี ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดนะครับ) แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ถือบัตรกดเงินสด กดเงินสดจากตู้ ATMs ผู้กดเงินสดจะถูกคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรกนั่นเองครับ ส่วนวงเงินที่ผู้สมัครจะได้รับนั้น จะอยู่ที่ราว 2-5 เท่าของเงินเดือนครับ

รวมโปรโมชั่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อส่วนบุคคล คลิ๊กที่นี่ http://www.checkraka.com/top10/personal-loan-1-216/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-1350052/

9
ผู้หญิงหลายคนอยากมีผิวขาว ด้วยสภาวะในปัจจุบันที่ทำให้มลภาวะรอบตัวนำมาซึ่งการกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระง่าย และแสงแดดก็คือ ตัวการทำลายผิวให้หมองคล้ำ วันนี้สาวคนไหนอยากผิวขาว เราเลยนำวิธีทำให้ผิวขาวมาฝาก ต้องทำอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันค่ะ

1.ทาครีมบำรุงผิวขาว

ปัจจุบันมีครีมบำรุงผิวขาวมากมายให้เราเลือกใช้หลากหลายยี่ห้อ สาวๆ อาจจะเลือกยี่ห้อที่ตรงใจ เหมาะสมกับสภาพผิวมาใช้ โดยควรเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่ง โดยนำมาทาสำหรับตอนเย็น และควรทาซ้ำอีกครั้งก่อนเข้านอน เพื่อจะช่วยให้การทำงานของครีมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับตอนกลางวันก็ให้ทาบำรุงด้วยไวท์เทนนิ่งแค่บางเบา จากนั้นทาทับด้วยครีมกันแดด หรืออาจจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมจากสารกันแดดในตัวก็ได้

2.ทาครีมกันแดดทุกวัน

ครีมกันแดด คือตัวช่วยทำให้ผิวขาวได้อย่างแท้จริง เรียกว่าเป็นไวท์เทนนิ่งชั้นเลิศที่สาวๆ ควรทาทุกวันก็ว่าได้ เพราะแสงแดดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายผิวสาวให้หมองคล้ำง่าย แต่หากเราทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ก็ย่อมช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้นั่นเอง แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสม หากสาวๆ อยู่บ้านอาจจะทาที่ค่า SPF 15-30 แต่หากออกนอกบ้านหรือมีกิจกรรมกลางแจ้งก็อาจทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 และควรหมั่นทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดทำงานได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หากหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดได้ก็จะยิ่งดีมากหรือใช้ตัวอย่างช่วยการกางร่มหรือสวมหมวก เพื่อกันแดดอีกชั้นก็จะดีเยี่ยมทีเดียว คราวนี้ผิวสาวๆ ก็จะคงความขาวใสได้ดังเดิมแล้ว

3.สครับผิวเพื่อคืนความกระจ่างใส

ให้หมั่นสครับผิวเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก จะทำให้ผิวกระจ่างใสและนวลเนียนขึ้น ไม่ว่าจะใช้เม็ดสครับแบบสำเร็จรูปที่มีความอ่อนโยนต่อผิว หรือใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวซึ่งจะมี AHA ในตัวอย่าง มะขามเปียก มะนาว ส้ม สัปปะรด แล้วนำมาขัดผิวก็ได้ ซึ่งจะทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้ดีมากทีเดียว นอกจากนี้ อย่าลืมหาเวลาว่างมาพอกผิวกันบ้างนะคะ โดยอาจใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาพอกก็ได้ เช่น มะขามเปียก มะนาว เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งผสมกับโยเกิร์ต หรือนมและน้ำผึ้ง ฯลฯ หรือจะมิกซ์สูตรเอาเองแบบไหนก็ได้ นำมาพอกผิวหน้าและผิวกายเป็นประจำ รับรองผิวขาวใสแน่นอน

3 วิธีทำให้ผิวขาวใส คล้ำแค่ไหนก็ขาวใสได้ชัวร์ คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

10
ถ้าคุณกำลังมองหาจอคอมพิวเตอร์ตัวใหม่สักตัว สิ่งที่ไม่ควรละเลย คือ ศึกษาประเภทของจอคอม และจุดประสงค์ในการใช้งาน เพื่อให้ได้ประเภทจอที่เหมาะกับการทำงานที่สุดนั่นเอง

หากจะซื้อจอคอมพิวเตอร์สักตัวแล้วดูแค่ยี่ห้อ และทดสอบว่าจอใช้งานได้หรือเปล่า เท่านี้คงไม่พอหรอกนะคะ เพราะยังมีรายละเอียดสำคัญส่วนอื่นๆ ที่เราต้องคำนึงถึงด้วย ไปเช็คกันดีกว่าว่าก่อนซื้อควรใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินบ้าง เพื่อให้ได้จอคอมที่เหมาะกับเราที่สุด

ประเภทของจอคอมพิวเตอร์

• จอภาพ CRT คือ จอภาพขนาดใหญ่ที่รับสัญญาณภาพแบบอนาล็อก มีหลอดสุญญากาศเหมือนกับโทรทัศน์ จะทำงานโดยใช้หลักการยิงแสงอิเล็กตรอนไปยังที่ผิวหน้าจอ ที่มีสารประกอบของฟอสฟอรัส ฉาบอยู่ที่ผิว เมื่อถูกแสงอิเล็กตรอนกระทบ สารเหล่านี้จะเกิดการเรืองแสงขึ้นมา แต่จอภาพประเภทนี้ไม่นิยมใช้งานในปัจจุบัน เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะมีขนาดใหญ่ เกะกะ เปลืองไฟ และมีความร้อนสูง

• จอภาพ LCD มีขนาดบาง เล็ก ให้ความคมชัดและสีสันสวยงาม การทำงานของภาพเกิดจากแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากหลอดไฟด้านหลังของจอภาพ หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่า Black Light ผ่านชั้นกรองแสง (Polarized filter) แล้ววิ่งไปยังคริสตัลเหลวที่เรียงตัวด้วยกัน 3 เซลล์ คือ แสงสีแดง แสงสีเขียวและแสงสีน้ำเงิน จนกลายเป็นพิกเซล (Pixel) ที่สว่างสดใสเกิดขึ้นนั่นเอง จอภาพ LCD ยังแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ Passive Matrix (ให้ความคมชัดและความสว่างน้อยกว่า) และ Active Matrix (ให้ความคมชัดกว่า)

• จอภาพ LED เป็นจอภาพรุ่นใหม่กว่า LCD ใช้หลักการในการแสดงภาพ คือ ใช้หลอดแอลอีดีมาเรียงรายกันบนพาแนลแล้วทำให้เกิดภาพด้วยการติดดับของหลอดแอลซีดี ซึ่งก็ได้ภาพที่ตาเรามองเห็นออกนั่นเอง อีกทั้งจอ LED มีราคาสูงมากๆ ด้วยค่ะ

หลักการเลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์

1. ขนาดจอภาพ ควรเลือกจอภาพขนาด 15 นิ้ว ขึ้นไป เพราะปัจจุบันจอภาพ 15 นิ้ว มีราคาสูงกว่าจอภาพขนาด 14 นิ้ว เล็กน้อยเท่านั้น งานเอกสาร หรือ ในสำนักงาน ควรเลือกจอภาพ ขนาด 17-19 นิ้ว ส่วนงานกราฟฟิกควรเลือกจอภาพ ขนาด 19-21 นิ้ว งานออกแบบที่ต้องแสดงผลเป็น 3 มิติ ควรเลือกจอภาพ ขนาดไม่ต่ำกว่า 24 นิ้ว ใช้งานทั่วไป 14-15 นิ้ว การใช้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราถนอมสายตาโดยไม่ต้องคอยเพ่งให้ปวดกล้ามเนื้อตาค่ะ

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ปัจจัยที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ”จอคอมพิวเตอร์” คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

11
อาหารไทย เป็นอาหารที่เน้นเครื่องเทศในการประกอบอาหาร รสชาติอาหารที่ได้จะมีความเข้มข้น จัดจ้าน นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย ซึ่งต้มยำกุ้งและผัดไทย เป็นเมนู อาหารไทย ที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

อาหารไทย ถือเป็นอาหารที่มีความครบเครื่องทั้งเรื่องคาวหวาน นอกจากรสชาติจะถูกปากคนไทยแล้ว ชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มรสยังยกนิ้วให้เลย น่าภาคภูมิใจนะคะ ด้วยรสชาติอันเข้มข้น เน้นหนักที่เครื่องเทศ มีเครื่องปรุงหลากหลาย รสชาติอาหารแต่ละอย่างจึงมีความพิเศษเฉพาะตัว รวมถึงการใช้เครื่องปรุงต่างๆ หากจะประกอบอาหารไทยให้อร่อยนั้น จำเป็นต้องศึกษาจากตำราอาหารไทย บวกกับต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์นั่นเอง

อาหารประจำชาติของไทยนั้นถูกสั่งสม และถ่ายทอดกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต จนกลายเป็นเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของไทย ขณะที่อาหารพื้นบ้าน คือ อาหารที่นิยมรับประทานกันเฉพาะท้องถิ่น เป็นอาหารที่ทำง่าย โดยอาศัยพืชผักหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ มาประกอบเป็นอาหาร มีการสืบทอดวิธีปรุง และวิธีการทำอาหารต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ลองย้อนอดีตกลับไปดูความเป็นมาของอาหารไทยกันดีกว่าค่ะ ว่ามีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยใด

สมัยสุโขทัย

หลักฐานจากศิลาจารึก และวรรณคดีที่สำคัญ อย่างไตรภูมิพระร่วงของพญาลิไท ได้กล่าวถึงอาหารในสมัยสุโขทัยว่า คนสมัยนั้นกินข้าวเป็นอาหารหลัก และกับข้าวส่วนใหญ่ก็คือ ปลา อาจกินเนื้อสัตว์ชนิดอื่นบ้าง จากการค้นพบในไตรภูมิพระร่วงยังปรากฏคำว่า “ข้าวหม้อแกงหม้อ” อยู่ในจารึกนั้น และผักต่างๆ เช่น แตงแฟง และน้ำเต้า ส่วนข้าวตอกกับน้ำผึ้ง เป็นขนมหวานที่คนสุโขทัยชื่นชอบมากที่สุด โดยใช้วัตถุดิบใกล้ตัวมาทำเป็นขนมหวาน ส่วนใหญ่คนสมัยนั้นนิยมกินผลไม้กันค่ะ

สมัยอยุธยา

ในสมัยอยุธยาถือได้ว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองมากที่สุด เพราะมีการติดต่อทางการค้ากับชาวต่างชาติ จากการศึกษาเอกสาร และการจดบันทึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในสมัยอยุธยา พบว่า ผู้คนในยุคนี้มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย อาหารหลักยังคงเป็นข้าว ส่วนกับข้าวมีแกง ต้ม และปลา ยังเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหาร การประกอบอาหารจะเริ่มใช้น้ำมันจากมะพร้าวและกะทิ คนสมัยนี้รู้จักการถนอมอาหารมากขึ้น เช่น นำปลาไปตากแห้ง หรือตำน้ำพริกเก็บไว้ และกล่าวถึงแกงปลาต่างๆ ที่ใช้เครื่องเทศ เช่น หัวหอม กระเทียม สมุนไพร และเครื่องเทศแรงๆ และไม่นิยมกินหมู เพราะชาวบ้านไม่ฆ่าสัตว์เพื่อนำมาทำอาหาร

หลักฐานการค้นพบนี้มาจากบันทึกของบาทหลวงชาวต่างชาติ ได้บันทึกไว้ถึงเรื่องราวของอาหารประจำชาติต่างๆ ที่เข้ามาอย่างแพร่หลายในช่วงยุคของสมเด็จพระนารายณ์ เช่น ญี่ปุ่น โปรตุเกส สเปน เปอร์เซีย และฝรั่งเศส จากหลักฐานระบุว่าในสมัยอยุธยาตอนปลาย อาหารจีนเริ่มเข้ามามีอิทธิพลและแพร่หลายในราชสำนัก โดยผ่านทางการสัมพันธไมตรีทางการทูต ต่อมาอาหารจีนเริ่มแพร่หลายไปยังคนทั่วไป และเริ่มรับเอาวัฒนธรรมการกินอาหารแบบชาวจีนมากขึ้น จนอาหารจีนจึงกลายเป็นอาหารของคนไทยไปเสียแล้ว

สมัยธนบุรี

มีหลักฐานปรากฏในตำรา การทำกับข้าว เล่มที่ 2 โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ได้กล่าวถึงความต่อเนื่องของวัฒนธรรมของอาหารไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตามลำดับ การเดินทางของสูตรอาหารผ่านทางข้าราชบริพาร ข้าราชการ หรือแม้แต่การบอกต่อกันในสังคมเครือญาติ เนื่องจากอาหารไทยสมัยกรุงธนบุรีนั้นมีความคล้ายคลึงสมัยอยุธยา และมีอาหารประจำชาติจีน สมัยรัตนโกสินทร์อีกด้วย การศึกษาความเป็นมาของ อาหารไทย ในยุครัตนโกสินทร์นี้ จำแนกตามยุคสมัยที่นักประวัติศาสตร์ได้กำหนดไว้ คือ ยุคที่ 1 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 3 และในยุคที่ 2 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน

ตำนานอาหารไทยมีที่มาอย่างไร คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

12
ไอเดียการจัดห้องครัวให้เหมาะสมกับพื้นที่ภายในบ้าน ช่วยให้บ้านดูมีสไตล์มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อีกด้วย

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หากห้องครัวสวยเป็นระเบียบก็จะทำให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น ผู้คนในบ้านก็จะมีความสุขในการทำอาหาร การออกแบบห้องครัวให้โล่งโปร่ง ก็ช่วยให้กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ ด้วยการช่วยกันปรุงแต่งเมนูจานโปรดของคุณให้อร่อย และมีความสุขขึ้น ฉะนั้นเราจึงได้รวบรวมไอเดียการจัดห้องครัวให้เหมาะกับการใช้งานของคุณมาฝากค่ะ

1. ครัวรูปตัวแอล (L-Shaped)

การจัดห้องครัวในลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก โดยในส่วนของผนังควรมีความยาวอย่างน้อย 4.5 เมตร เพราะเป็นขนาดที่ช่วยให้มีพื้นที่ในการเก็บของได้อย่างกว้างขวาง ทำครัวได้อย่างสะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ สะดวกในการเดินและทำอาหาร มีพื้นที่ยืดหยุ่นกับอุปกรณ์เครื่องครัวได้มาก พร้อมทั้งมีพื้นที่เหลือสำหรับวางโต๊ะกับเก้าอี้รับประทานอาหารอีกด้วย การจัดครัวรูปตัวแอลจะต้องวางครัวชิดติดผนัง ซึ่งมองแล้วจะเห็นเห็นรูปตัวแอล (L) ชัดเจน

2. ครัวแบบเพนินซูล่า (The Peninsula)

ครัวในลักษณะนี้มีความคล้ายคลึงกับครัวรูปตัวแอล คือ มีทั้งด้านยาว และด้านสั้นบนผนังที่ติดกัน จะแตกต่างออกไปตรงที่ครัวแบบเพนินซูล่าจะมีเคาน์เตอร์ส่วนที่เพิ่มเติมออกมาอีกด้าน แต่ก็ไม่ยาวเท่ากับแปลนครัวรูปตัวยู เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ข้อดีของการจัดครัวแบบนี้จะทำให้มีพื้นที่เก็บของมากขึ้น หากมีคนอยู่ในครัวมากกว่า 1 คน ก็ไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งเคาน์เตอร์ที่เพิ่มเติมออกมายังใช้เป็นโต๊ะทานข้าวได้อีกด้วย

3. ครัวรูปตัวยู (U-Shaped)

ห้องครัวลักษณะนี้เรียกง่ายๆ ว่ารูปตัวยู (U) หรือ รูปเกือกม้า (Horseshoe) เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ และควรมีระยะห่างจากผนังอย่างน้อย 3 เมตร ขึ้นไป แปลนห้องนี้เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการปรุงอาหารหลายๆ เมนูในเวลาเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการจัดเตรียม และง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนการใช้ฟังก์ชั่นเสริมต่างๆ หากพื้นที่ตรงกลางแคบเกินไป ก็อาจทำให้บานประตูเก็บของ หรือลิ้นชักชนกันได้ ในกรณีที่มีการเปิดใช้พร้อมกัน

6 ไอเดียออกแบบห้องครัวคอนโดให้เหมาะกับคุณ คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/คอนโด/

13
คงไม่ดีแน่หากน้องหมาของคุณเต็มไปด้วย เห็บ คุณควรกำจัดวายร้ายตัวจิ๋วโดยด่วนไม่ว่าจะเป็นการตัดขน เลือกสูตรแชมพูที่มีฤทธิ์กำจัดเห็บ ฯลฯ หากปล่อยทิ้งไว้จะก่อให้เกิดอันตรายทั้งน้องหมา และคนเลี้ยงได้

เมื่อน้องหมาแสนรักของเราต้องเผชิญกับเพื่อนร้ายตัวจิ๋ว (เห็บ) เห็นทีต้องรีบกำจัดพวกมันออกไปโดยด่วน เพราะเห็บเป็นอันตรายทั้งต่อคนและสัตว์ หากถูกกัดจะทำให้ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ แถมยังแพร่พันธุ์ได้เร็วมากๆ และเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตในบ้าน มาดูวิธีกำจัด เห็บ ให้น้องหมากันค่ะ

1.ตัดขน

การตัดขนสั้นช่วยลดจำนวนของเห็บให้ลดลงได้ และยังทำให้ผู้เลี้ยงเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น เห็บ หรือสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เกาะอยู่ตามตัวน้องหมาชัดขึ้น หากเจอเห็บให้หยิบออกไปแช่ในขวดน้ำมัน หรือแอลกอฮอล์ ปิดฝาให้สนิทก่อนนำไปทิ้ง (ไม่แนะนำให้แช่ในน้ำเปล่าเพราะเห็บจะแค่สลบ ไม่ตายอย่างแน่นอนค่ะ)

2.แชมพูกำจัดเห็บ

เลือกที่มีส่วนผสมของ Pyrethrin หรือ Cypermethrin ซึ่งเป็นสารกำจัดเห็บหมัดโดยเฉพาะ ในแชมพูบางยี่ห้ออาจใช้สารสกัดจากพืช เช่น น้ำมันสะเดาผสม น้ำมันยูคาลิปตัส เป็นทางเลือกแก่ผู้เลี้ยงค่ะ สำหรับวิธีใช้ก็เหมือนกับการใช้แชมพูทั่วไป ผสมแชมพูกับน้ำให้เจือจางแล้วฟอกให้ทั่วตัวน้องหมา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ

3.แป้งกำจัดเห็บ

สามารถหาซื้อได้ตามเพ็ทช็อปทั่วไป วิธีใช้เหมือนกับแป้งของคน คือ โรยบนตัวสุนัขหลังอาบน้ำ มีระยะเวลาป้องกันประมาณ 7 วัน ป้องกันเห็บแพร่พันธุ์ได้ดี เหมาะกับน้องหมาที่มี เห็บ น้อย ผู้เลี้ยงอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาประเภทอื่นช่วยเลยค่ะ

4.SPOT-ON

หรือยาหยอดบนหลังคอ ตัวยาจะค่อยๆ ซึมไปกับไขมันผิวหนัง แนะนำว่าก่อนหยอดยาไม่ควรอาบน้ำให้น้องหมา เพราะแชมพูจะไปชะล้างตัวยาออก ทำให้ประสิทธิภาพในการแพร่กระจายของตัวยาลดลงได้ค่ะ และหลังหยอดยาควรงดอาบน้ำให้น้องหมาอย่างน้อย 2 วัน หรือปฏิบัติตามข้อกำหนดที่แนบบนฉลากอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพอย่างดีที่สุด

6 วิธีกำจัด เห็บจิ๋วตัวร้ายในน้องหมา คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/หมา/

14
ส่วนตัว คิดว่าไม่ต่างกัน แต่โครงการที่หรูหน่อย มักใช้คำว่า ทาวน์โฮมในการทำตลาด เข้าใจว่า ทำให้ภาพลักษณ์ดูดีกว่าใช้คำว่า ทาวน์เฮาส์

ทาวนโฮม คือตึกแถว อารมณ์บ้านเดี่ยว มีขนาดใหญ่กว่า ทาวนเฮ้าส ทำออฟฟิสได้
ทาวนเฮ้าส คือห้องแถว มีสวน และขนาดเล็กกว่าทาวนโฮม ไม่น่าทำเป็นออกฟิส เพราะขนาดเล็ก แต่ที่ต่างประเทศ(ถ้ายังเหมือนเดิม) มีแต่คำว่าทาวนเฮ้าส นะ ไม่มี ทาวนโฮม

ทาวเฮ้าส์ ส่วนใหญ่จะมีเพียง 2 ชั้น ทาวโฮม อาจจะมีมากกว่า 2 ชั้น
ทาวเฮ้าส์ ส่วนใหญ่จะมีล็อกเดียว เหมือนตึกแถว แต่ทาวโฮมอาจจะมีด้านหน้า 2 ล็อกก็ได้ คืออาจจะมีพื้นที่มากกว่า บางแห่งจะเหมือนกันแต่ใช้คำว่า ทาวโฮม เพื่อความดูดี และจะขายในราคาที่แพงกว่า

ทาว์นเฮ้าส์ เป็นคำเรียกสมัยก่อน ส่วนมากเป็นสองชั้น หน้าบ้านมักจอดรถในบ้านได้คันเดียว แต่มักไม่จอดกัน หลังบ้านมักมีที่ยื่นออกไปไม่เกินสามเมตร แปดสิบเปอร์เซ็นต์จะต่อเติมหลังบ้านจนเต็ม

ทาวน์เฮาส์กับทาวน์โฮม ต่างกันยังไง คำถามที่หลายคนอยากรู้ เมื่อพูดถึงทาวน์เฮาส์ (townhouse) ทุกคนคงนึกว่าออกว่าเป็นอย่างไร แต่เมื่อพูดถึงทาวน์โฮม (townhome) หลายคนก็เกิดความสงสัยและต้องคำถามขึ้นว่าทาวน์โฮมคืออะไร เหมือนหรือต่างกับทาวน์เฮาส์
ถ้าพูดถึงหลักการทางภาอังกฤษแล้ว house จะแปลว่า บ้าน ที่เป็นสิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยที่มันเป็นตัวบ้านแท้ๆ แต่ home จะมีอารมณ์มาเกี่ยวข้องด้วย และใช้กับบ้านที่ผู้อยู่อาศัยรักมัน คิดจะตั้งรกรากที่นั่นแน่ๆ

หากพูดถึงหลักการทางการตลาด คำว่า ทาวน์เฮาส์ (townhouse) จะเน้นความเป็นบ้าน เน้นจัดสรรค์พื้นที่โล่งๆ จำนวนชั้นไม่เยอะ และคำว่า ทาวน์โฮม (townhome) คือสามารถดัดแปลงใช้เป็นออฟฟิศได้ มีจำนวนชั้นเยอะกว่าทาวน์เฮาส์ และมีการวางระบบต่างๆที่ชัดเจนกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นทาวน์เฮาส์ หรือทาวน์โฮม เมื่อถูกระบุลงในหนังสือราชการ จะเรียกว่า ทาวน์เฮาส์ทั้งหมด ซึ่งมีความหมายว่า อาคารที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันเป็นแถวยาวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไปมีผนังแบ่งอาคารเป็นคูหาและประกอบด้วยวัสดุทน จะไม่เรียกว่าอาคารพาณิชย์ เพราะอาคารพาณิชย์จะมีลักษณะอีกแบบหนึ่ง

ทาวน์เฮ้าส์ กับ ทาวน์โฮม ต่างกันอย่างไร คลิ๊กที่นี่ http://www.checkraka.com/house/townhouse-townhome/
 

15
คำสั้นๆ ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายทั้งในบทความ สื่อโฆษณา หรือแม้กระทั่งต่อท้ายชื่อโครงการสารพัดทั้งของภาครัฐและเอกชน ราวกับเป็นสูตรสำเร็จว่า ถ้าอยากจะดูดีสักหน่อย ควรพ่วงคำว่า “ความยั่งยืน” เข้าไปด้วย

ว่าแต่ว่า กิจกรรมอย่างการเชิญชวนมาปั่นจักรยานใจกลางเมือง โครงการปลูกป่าชายเลน ฯลฯ เกี่ยวพันกับความยั่งยืนอย่างไร และแท้จริงแล้ว เจ้า “ความยั่งยืน” ที่ใช้กันอย่างเอิกเกริกนี้ มีหน้าตา แนวคิด หรือวิถีปฏิบัติเช่นไร จึงจะเรียกได้ว่า “ยั่งยืน”

ความสงสัยนำพาให้ผมเดินทางมายังอาคารย่านสุขุมวิท ผ่านประตูไม้ประดับป้าย “ป่าสาละ” บริษัทอายุเพียงขวบเศษที่นิยามตัวเองว่าเป็นบริษัทปลูก “ธุรกิจที่ยั่งยืน” แห่งแรกในประเทศไทย

เธอทั้งสองมองเห็น “หัวใจ” ของระบบทุนนิยมที่ใครหลายคนมองว่าเลวร้าย บอกเล่าเรื่องราวของหลากหลายธุรกิจที่เริ่มปรับตัวเข้าสู่เส้นทางสีเขียว สะท้อนให้เห็นราคาที่จะต้องจ่ายหากธุรกิจยังไม่เปลี่ยนแปลงความคิด

ในอนาคตอันใกล้ ความยั่งยืนอาจไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของธุรกิจ ที่ไม่อาจผลักต้นทุนของความไม่ยั่งยืนมาให้กับสังคมได้อีกต่อไป

ความยั่งยืน (ฉบับย่นย่อ) – ว่าด้วยทุนนิยม สังคม สิ่งแวดล้อม และธุรกิจสมัยใหม่ คลิ๊กที่นี่ http://www.tris.co.th/service/

หน้า: [1] 2 3 ... 19