แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - penbunya21feb

หน้า: [1] 2 3
1

                ปัจจุบันนี้ทีวีนั้นมีมากมายหลายชนิด มีหลายรุ่น หลายแบบ ด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาไปรวดเร็วทำให้เรานั้นอาจจะเกิดการสับสนในเลือกซื้อทีวีว่าควรเราที่จะเลือกแบบไหนให้เหมาะสมกับเราเพราะใครๆก็รู้ดีว่าทีวีนั้นราคาไม่ใช่ถูกๆดังนั้นการจะเลือกซื้อทีวีควรศึกษาให้ดีเสียก่อน โดยปัจจุบันเราเห็นว่าทีวีส่วนใหญ่นั้นก็คือ แอลอีดีทีวี กับ แอลซีดีทีวี คุณรู้หรือไม่ว่าทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันอย่างไร และเราควรซื้อแบบไหนให้เหมาะสมกับเรา

แอลอีดีทีวี กับ แอลซีดีทีวี นั้นต่างกันอย่างไร
           แต่ก่อนเรานิยมใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบ LCD TV (Liquid Crystal Display) กันมาก เพราะถือเป็นเทคโนโลยีแรกๆ ที่ทำสามารถทำหน้าจอโทรทัศน์ออกมาได้มีขนาดบางเป็นพิเศษ ซึ่งการทำงานของทีวีชนิดนี้ก็สมกับชื่อเลย เพราะจะใช้การแสดงผลภาพด้วยหลอดไฟขนาดเล็กๆ ขนาดประมาณหลอดกาแฟ วางเรียงตัวกันในแนวนอนของหน้าจอ เพื่อให้กำเนิดแสงสว่างที่จะไปกระทบกับผลึกคริสตัลชนิดกึ่งแข็งกึ่งเหลวคอยบิดตัวอยู่ในหน้าจอ เพื่อรวมแสงที่ได้จากหลอดไฟและส่งผ่านไปยังแผ่นฟิล์มที่มี 3 สีคือแดง เขียว น้ำเงิน (RGB) อีกที ซึ่งพอแสงได้รับการผสมกับกับคริสตัลผ่านแผ่นฟิล์มแล้วก็จะเกิดเป็นจุดสีและหลายๆ จุดสี และเมื่อหลายจุดสีนั้นมารวมกัน ก็จะกลายเป็นภาพที่เราเห็นกับบนหน้าจอนั่นเอง เดี๋ยวนี้ก็ได้มีการคิดค้นเทคโนโลยี LED TV (Light Emitting Diode แปลว่า LED) ออกมาทดแทนเทคโนโลยีเดิมความหมายของ LED ก็คือ หลอดไฟขนาดจิ๋ว 3 สีคือ แดง เขียวและน้ำเงิน และแค่ 1 หลอดก็สามารถเปล่งแสงสีได้มากมายตามการผสมสีของแม่สีทั้งสาม ซึ่งเจ้าหลอด LED นี้มีคุณสมบัติพิเศษก็คือกินไฟน้อย แต่กลับให้สีสันที่ชัดเจนมีความสว่างสูง ให้สีดำที่ดำสนิท และมีอัตราการตอบสนอง

แล้วสรุปเราควรจะเลือกแอลอีดีทีวี กับ แอลซีดีทีวี
             หากเราจะเลือกทีวีเจ๋งๆ ที่จะอยู่กับเราไปนานๆ ซักเครื่อง ก่อนอื่นเลยขอแนะนำให้พิจารณาถึงความต้องการของตนเองและงบประมาณในกระเป๋าของตนก่อน จะเลือกก้าวสู่เทคโนโลยีใหม่ หรือจะประหยัดซักหน่อยด้วยการใช้เทคโนโลยีเก่าอยู่ที่การตัดสินใจ แต่อยากให้ทุกคนได้ลองพิจารณาข้อเปรียบเทียบต่อไปนี้ก่อน คือ
  • อัตราการตอบสนองของภาพ จะมีผลชัดเจนมากตอนที่เราดูภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นภาพกีฬามันๆ หนังแอ็คชั่นบู้สะบั้น บนหน้าจอทีวี LCD ที่มีอัตราการตอบสนองต่ำนั้นภาพจะเบลอๆ ภาพซ้อนๆ กันบ้าง แต่ปัญหานี้จะไม่พบเลยในทีวี LED เพราะอัตราการตอบสนองของ LED หรือ Response Time สูงกว่ามากราวๆ 1 ms โดยเฉลี่ย ในขณะที่ LCD จะทำได้มากที่สุดเพียง 2 ms (ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งดีในส่วนนี้) ดังนั้นหากใครรู้ตัวว่าชอบดูหนังแอ๊คชั่นสุดมันส์ล่ะก็ LED คือคำตอบของท่าน
  • มุมมองของภาพ ปัญหาหลักของจอทีวี LCD คือเมื่อเรามองทีวีในมุมเฉียงๆ สีของภาพจะเริ่มเพี้ยน เนื่องจากมุมมองของจอทีวี LCD มีข้อจำกัดในเรื่องมุมมองจากด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่มุมตรงๆ หรือเอียงนิดๆ แม้กรณีนี้จะเกิดขึ้นได้เหมือนกันในทีวี LED แต่ก็มีโอกาสเกิดที่น้อยกว่า และยิ่งกว่านั้นในหน้าจอ LED รุ่นใหม่ๆ จะไม่มีปัญหานี้แล้ว เรียกว่าดูจอที่มุม 180 องศา ภาพก็ยังไม่เพี้ยนเลย
  • อัตราการกินไฟฟ้า LED กินไฟน้อยกว่า LCD เพราะถึงแม้ว่าหลอด LED เล็กๆ ใน LED TV จะมีมากมายเรียงกันเป็นร้อยๆ หลอด แต่ก็ยังให้คุณภาพของสีสัน และใช้พลังงานน้อยกว่าจอ LCD มากนัก

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.samsung.com/th/article/lcd-vs-led/

2

             ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่การสร้างภูมิคุ้มกันให้หับตัวเองนั้นถือว่าเป็นเรื่อสำคัญมากๆเลยทีเดียวเพราะการไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ ที่หลายๆคนเคยได้ยินมา ซึ่งการสร้างภูมิคุ้มกันนั้นสามรถทำได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารให้มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น แต่ในวันนี้เราจะแนะนำ อาหารเสริม ภูมิคุ้มกัน ที่เราสามารถหาทานได้ง่ายในครัวบ้านเราเอง มาดูกันดีกกว่าว่ามีอะไรบ้าง

มันเทศ
            ทุกส่วนประกอบของมันเทศเราสามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด เพราะในมันเทศ 1 หัวมีส่วนประกอบของใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี มันเทศมีสรรพคุณช่วยในกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยลดไขมันในเลือดได้ ด้วยการนำผลมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน และป้องกัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

บรอคโคลี่
            บรอคโคลี่เป็นผักที่รสชาติหวานกรอบ สามารถรับประทานสดได้ หรือจะนำมาประกอบอาหาร อีกทั้งบร็อคโคลี่ยังมีคุณค่าทางสารอาหารที่สูง เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามิน C และสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย มีประโยชน์ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา ส่วนในดอกตูมของบรอคโคลี่ ยังมีสารป้องกันมะเร็งมากกว่าต้นแก่ 30-50 เท่า

กระเทียมสด

             กระเทียมเป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด กระเทียมยังเป็นพืชที่มีธาตุซีลีเนียมสูงกว่าพืชชนิด อื่นๆ มีประโยชน์หลักๆ คือการนำมาใช้เพื่อช่วยปรุงรสชาติของอาหาร มีสรรพคุณ คือช่วยบำรุงผิวหนังให้มีสุขภาพดี ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการไอ น้ำมูกไหล ป้องกันหวัดช่วยยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง คออักเสบ เชื้อปอดบวม เชื้อวัณโรค เป็นต้น

ถั่วเหลือง
           ถั่วเหลืองจัดเป็นพืชสำคัญ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและหลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน มีไขมันชนิดดีสูง มีเส้นใยอาหารสูง และมีวิตามินและเกลือแร่สูง หากรับประทานถั่วเหลืองเป็นประจำ จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน ถั่วเหลืองสามารถใช้เป็นยาบำรุงโลหิต ด้วยการใช้เปลือกเมล็ดแห้งประมาณ 10-15 กรัม มาต้มกับน้ำดื่ม

สตรอเบอร์รี่
          สตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เคอซิติน เคมเพอรอล แอนโทไซยานิน ซึ่งสารดังกล่าวมีส่วนช่วยในการยับยั้งสารก่อมะเร็งต่างๆ ได้ และยังมีวิตามินซีในปริมาณสูง มีสรรพคุณที่ช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจน จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย และอื่นๆ อีกมากมาย

3

               ปัญหาผิวมันนั้นเป็นสิ่งที่แก้ไม่ได้จริง ๆ ว่าไหมสาวๆ เพราะว่าผิวมันนั้นเป็นลักษณะผิวที่ขับน้ำมันออกมามากจึงทำให้รูขุมขนกว้าง จึงทำให้เครื่องสำอางลบเลือนได้ง่าย สีผิวมองคล้ำและเป็นสิวได้ง่ายโดยเฉพาะตรงทีโซนหน้าผากและจมูก สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวมันและเป็นสิวคือ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด อาการท้องผูก กินอาหารที่มีไขมันสูงและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เครื่องสำอางที่ตกค้างขัดขวางการหายใจของผิวและมลภาวะข้างนอก เป็นต้น ดังนั้นคนที่ผิวมันนั้นจะต้องถูกวิธีการดูแลผิวหน้าของตัวเองอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นดูแลรักษาให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าและการเลือกใช้ครีมสำหรับคนหน้ามัน


เคล็ดลับการทำความสะอาดหน้าให้สะอาดสำหรับคนที่มีผิวมัน
-   ควรล้างหน้าหลายๆครั้งเพื่อขจัดความมันโดยใช้คลีนซิ่งครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของเม็ดบิดหรือสครับ หรือดิปคลีนซิ่งสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
-    เริ่มต้นด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขน กำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพและสิ่งสกปรกและรักษาความยืดหยุ่นของผิวไว้ และจบด้วยน้ำเย็นเพื่อทำให้ผิวยืดหยุ่นและกระชับรูขุมขนในตอนเช้าควรใช้คลีนซิ่งโฟม และกลางคืนควรใช้คลินเซอร์ชนิดฟองและน้ำนม
-   ควรทำความสะอาดรูขุมขนด้วยการประคบด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น หลังจากนั้นนวดด้วยโลชั่นควบคุมความมันเพื่อช่วยกระชับรูขุมขน

การบำรุงผิวขั้นพื้นฐานของคนที่มีผิวมัน
-    ควรบำรุงผิวให้ครบขั้นตอนดังนี้ใช้โทนเนอร์ โลชั่น เอสเซ้นส์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว
-   งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือใช้เอสเซ้นส์ที่ช่วยกระชับรูขุมขนและควบคุมความมัน
-   ควรเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และมีน้ำมันน้อย
-     ควรเข้าอบซาวน่าผิวหน้าและขัดผิวด้วยเกลือขัดผิวและควรทาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอและวิตามินบีหรือการทานผักและผลไม้สดเช่น ผักโขม กะหล่ำปลี เห็ดหอม สาหร่ายทะเล เป็นต้น

4

                 พ่อกับแม่ทุกๆคนก็อยากมอบสิ่งดีๆให้กับลูกอยากจะให้ลูกนั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงโดยเฉพาะเรื่องความสูงของลูกซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่มองว่าจะต้องเป็นเรื่องสำคัญเลยก็ว่าได้เพราะว่าพ่อกับแม่ทุกนั้นต้องการมีรูปร่างที่ดูแข็งแรงและดูสุขภาพดี และส่วนใหญ่พ่อแม่ทุกคนมักจะคิดว่าการดื่มนมทำให้สูงขึ้น เลยพยายามที่จะให้ลูกดื่มนมเยอะๆ แต่ความเชื่อเรื่องที่ว่าการดื่มนมทำให้สูงนั้นบางทีอาจจะไม่ใช่เป็นปัจจัยหลักๆเลยก็ได้ เพราะจริงๆแล้วการดื่มนมเยอะก็ไม่ได้ช่วยให้สูงขึ้นมากจากเดิมเท่าไหร่เพราะถ้าหากร่างกายนั้นได้ปริมาณแคลเซียมที่มากเกินไปก็ทำให้ร่างกายนั้นขับแคลเซียมส่วนเกินนั้นออกมาเอง ดังนั้นการดื่มนมจึงไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้สูงขึ้นแต่จะต้องมีปัจจัยมาร่วมด้วย


ออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความสูงและให้ร่างกายแข็งแรง
              การออกกำลังกายประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ว่ายน้ำ, บาสเก็ตบอล, โยคะ ฯลฯ จะทำให้ร่างกาย และหัวใจทำงานได้ดีขึ้น แถมยังสามารถไปกระตุ้นต่อมใต้สมองให้มีการปล่อยฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

กินอาหาร เพื่อเสริมสร้างความสูง
            เพราะร่างกายของมนุษย์เราต้องการ แหล่งพลังงานและโปรตีน เพื่อเสริมสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ พัฒนาศักยภาพสมอง งั้นเริ่มจากการกินง่ายๆเลย
•   แคลเซียม (นม, ผักสีเขียว)
•   วิตามิน D (น้ำมันตับปลา, นม, เนย, ตับสัตว์, ปลา)
•   โปรตีน (เนื้อสัตว์, ไข่, เต้าหู้, พืชตระกูลถั่ว)
•   สังกะสี (หอยนางรม, ช็อกโกแลต, ถั่วลิสง,ไข่, ถั่ว, หน่อไม้ฝรั่ง)

ฝึกท่าทางในชีวิตประจำเพื่อความสูง
                กิจกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน, นั่งเรียน หรือเล่นคอมฯ มักจะทำในกิจกรรมเหล่านี้ ก็สามารถส่งผลกระทบต่อความโค้งของกระดูกสันหลัง ได้ด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น การนั่งหลังค่อม หรือการเดินโดยที่หลังไม่ได้อยู่ในลักษณะที่เหยียดตรง

การพักผ่อนให้เพียงพอก็สามารถเพิ่มความสูงได้เช่นกัน
             จากการวิจัยบอกว่า “เด็กๆและวัยรุ่นควรจะต้องนอนให้ได้วันละ 8 – 11 ชั่วโมง” เพราะว่าร่างกายกำลังมีการเจริญเติบโต และจะได้มีเวลาในการพักผ่อนเพื่อซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ได้เพียงพอ ดังนั้นสภาพแวดล้อมตอนนอน จึงควรมีความสงบเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้ไม่มีสิ่งใดๆ มารบกวนการพักผ่อน

5

            หน้าร้อนแบบนี้มาเอาใจสาวๆสายหวานกันหน่อยดีกว่า....วันนี้เราจะมาแนะนำเมนูเครื่องดื่ม น่าตาน่ารัก น่ากิน นั้นก็คือ “ยูนิคอร์น มิลค์เชค” สาวก็สามารถทำเองได้ง่ายๆบ้านเป็นเมนูเครื่องดื่มแฟนซีสีหวาน สดใส โดนใจสาวๆ รสอร่อย หวานหอม ไม่จำเจ มาเริ่มกันเลย!!

เมนูเครื่องดื่ม: ยูนิคอร์น มิลค์เชค เริ่มทำได้ง่ายๆ ดังนี้

ส่วนผสม
- น้ำหวานเข็มข้นกลิ่นบลูเบอร์รี่   1 ออนซ์
- น้ำหวานเข้มข้นบลูฮาวาย  1 ออนซ์
- นมข้นจืด ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล  2 ออนซ์
- นมยูเอชทีสำหรับตีฟอง ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล  2 ออนซ์
- ครีมแท้ชนิดวิปปิ้งครีม ตราโฟร์โมสต์   สำหรับตกแต่ง
- เกล็ดน้ำตาล    สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
ผสมนม
ผสมนมข้นจืด และนมยูเอชทีสำหรับตีฟอง ตราฟอลคอน โพรเฟสชัลแนล คนให้เข้ากัน และแบ่งส่วนผสม ออกเป็น 2 ส่วน

ขั้นตอนการปั่นส่วนที่ 1
1. นำส่วนผสมส่วนที่ 1 ผสมกับน้ำหวานเข้มข้นกลิ่นบลูเบอร์รี่
2. นำใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำแข็ง 12 ออนซ์ จากนั้นปั่นให้ละเอียดเนียนเข้ากันดี เตรียมไว้

ขั้นตอนการปั่นส่วนที่ 2
1. นำส่วนผสมส่วนที่ 2 ผสมกับน้ำหวานเข้มข้นบลูฮาวาย
2. ใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำแข็ง 12 ออนซ์ ปั่นให้ละเอียดเนียนเข้ากันดี เตรียมไว้

ผสมส่วนผสมต่างๆเข้าด้วยกัน
1. เทส่วนผสมข้อที่ 3 ลงในแก้วขนาด 22 ออนซ์ จากนั้นค่อยๆเทส่วนผสมข้อที่ 2 ลงไป
2. ตกแต่งด้วยครีมแท้ชนิดวิปปิ้งครีม ตราโฟร์โมสต์ เกล็ดน้ำตาลและสายไหม จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณภาพจาก : http://www.falconforprofessional.com/recipe/drink

6

                สาวๆหลายคนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญในการดูแลหุ่นตัวเองมากขึ้นเพราะใครๆนั้นก็อยากมีหุ่นดีที่ดูมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้า เลยทำให้สาวๆจึงพยายามหาเคล็ดลับต่างๆนาๆในการลดความอ้วนหรือการควบคุมน้ำหนักมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แต่สาวๆจะมั่นใจได้ไงว่าเคล็ดลับต่างที่นำมาใช้นั้นจะสามารถใช้ได้จริง ซึ่งการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักนั้นจะต้องทำด้วยวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวเอง  เราจึงมาทำความเข้าใจและเปลี่ยนความคิดกันใหม่ในการควบคุมและลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

การกินข้าวเย็นทำให้อ้วน จริงหรือ?
          จริงๆแล้วความอ้วนเกิดจากการกินอาหารเกินความจำเป็นของร่างกาย ไม่ได้เกิดจากการทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือทานให้ครบ 3 มื้อและมื้อเย็นควรจะห่างจากช่วงเวลาที่เราจะนอนก่อน 4 ชั่วโมงถึงจะดี

การกินอาหารช้าหรือเร็ว ไม่ส่งผลต่อน้ำหนัก
          การใช้เวลาในการกินอาหารให้ช้าลง เคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้นจะมีผลช่วยให้ลดหรือควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดและการรับประทานช้า ๆ จะช่วยกระตุ้นและส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนกลางที่ทำหน้าที่ควบคุมความหิวความอิ่ม ทำให้อิ่มเร็วขึ้น นอกจากนี้การเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ยังช่วยระบบย่อยอาหารของเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้นอีกด้วย

งดอาหารและต้องห้ามกินขนมหวานเพื่อลดน้ำหนัก
         ไม่จำเป็นต้องงดหรือลดอาหาร แต่เน้นที่สัดส่วนสารอาหาร เพิ่มโปรตีน ยังสามารถกินแป้ง น้ำตาล ก่อนออกกำลังกายได้ ควรเป็นแป้งที่ย่อยช้า เช่น ขนมปังโฮลวีท อีกทั้งหลังออกกำลังกายเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สามารถกินได้ ข้อควรระวังคือควรกินให้น้อยในวันที่ไม่ออกกำลังกาย 

อาหารเสริม ลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพลดความอ้วนได้ดี และรวดเร็ว
             การลดน้ำหนักที่ดีและรวดเร็วต้องปฏิบัติดังนี้ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง  อาหารเสริม ลดน้ำหนักที่มีบทความวิจัยที่ช่วยการเพิ่มการเผาผลาญไขมัน เช่น แอลคาร์นิทีน , เออร์วินเจย , เยอร์บามาเต้ การได้รับอาหารเสริม ลดน้ำหนักที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดีขึ้นมากกว่าการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การใช้อาหารเสริมเพื่อช่วยในการลดหรือควบคุมน้ำหนักจึงแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

การนอนน้อยทำให้น้ำหนักลด
         หลายคนอาจจะเชื่อว่ายิ่งอดนอน ร่างกายจะทรุดโทรมและทำให้ผอมเร็ว แต่ความจริงนั้นเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ ขณะที่การพักผ่อนน้อย อดนอน จะยิ่งทำให้ระบบในร่างกายทำงานไม่ปกติ ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนเกรลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะกระตุ้นให้คุณรู้สึกหิว และต้องการของหวานเพื่อทำให้ร่างกายสดชื่นมากขึ้น

7

         ปัญหาจุดด่างดำนั้นเป็นปัญหาที่สาวๆส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากเป็นอย่างแน่นอน เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าการรักษาจุดด่างดำนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่จุดด่างดำมันก็เป็นสิ่งที่สาวๆหลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งเมืองไทยนั้นมีอาการร้อนแดดแรงแบบนี้ต่อให้เราป้องกันแค่ไหนยังไงเราก็หนีไม่พ้นอยู่ดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการรักษาจุดด่างดำที่สาวๆนั้นสามารถทำเองได้ง่ายด้วยสมุนไพรต่างๆดังนี้

หอมแดง
- สรรพคุณ
     มีฤทธิ์ช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำจากสิว เพราะมีสารกำมะถัน วิตามินซี ที่ช่วยลดรอยดำ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวหมอง ปรับสิวผิวบริเวณนั้นๆให้กระจ่างใส พร้อมลดอาการอักเสบจากสิวได้ดี
- ขั้นตอน
     ฝานหอมแดงบางๆ แปะที่รอยฝ้า 10 นาที ล้างออกให้สะอาด  แนะนำ หอมแดงมีกำมะถัน ทำให้แสบตา หรือแสบผิวได้ จึงควรฝาน แล้วแช่ให้เย็นก่อนใช้ เพื่อลดอาการแสบจากหอมแดง

ขมิ้น
สรรพคุณ
     ขมิ้น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่างๆ ที่มีสรรพคุณทางยาที่รักษาอาการและโรคได้หลายชนิด โดยเฉพาะรักษาโรคเกี่ยวกับผิวหนังอย่าง สิว ฝ้า กระ กราก เกลื้อน และแผลต่างๆ
- ขั้นตอน
     ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา + น้ำมะนาวสด 1 ช้อนชา + นมสด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกหน้า หรือนวดจุดที่มีรอยดำ 15 นาที ขึ้นไป หรือทิ้งไว้จนแห้ง ล้างออกด้วยน้ำอุ่น กระชับผิวด้วยน้ำเย็น สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ควรทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

มะขามเปียก
- สรรพคุณ
     มะขามเปียก มี AHA และวิตามินซี ที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ลดการเกิดรอยดำฝ้า กระ ลดรอยสิว รวมถึงช่วยทำความสะอาดสิ่งอุดตันในรูขุมขน ลดความมัน และลดการเกิดสิวได้ดี
- ขั้นตอน
      มะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมให้เป็นเนื้อครีม ล้างหน้าให้สะอาด พอกหน้า 15-20 นาที ล้างให้สะอาด สูตรนี้จะคล้ายๆมะนาว เพราะมี AHA จึงไม่เหมาะที่จะออกแดดเลยทันที หรือถ้าจำเป็นต้องออกแดด ควรทาครีมบำรุงที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน 15 นาที ด้วย

8

              ไม่ว่าจะจะกี่ปีผ่านไปคนเรานั้นก็ขยันทำงานหาเงินมากขึ้นแต่เวลาในแต่ล่ะวันนั้นก็ยังมีเท่าเดิมยิ่งเดี๋ยวนี้ช่วงเวลาวันหยุดนั้นมีน้อยนิดเพียงไม่กี่วันยิ่งทำให้เวลาดูบ้านมีน้อยลงเพราะทุกคนต้องการเวลาในการพักผ่อนให้แก่ตัวเอง แต่โชคดีที่เทคโนโลยีต่างๆนั้นมีการพัฒนามากขึ้นเพื่อสร้างความสะดวกให้เราจึงทำให้ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ และนิยมใช้งานกันมากขึ้น ทุกวันนี้มีให้เลือกใช้งานหลายแบรนด์ หลายระดับราคา ส่วนมากหน้าตาจะคล้ายๆ กัน ต่างกันที่ความฉลาดของ AI และพลังในการดูด
               ทาง Samsung ได้ทำการเปิดตัว หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR7000 ถ้าเพียงแค่เครื่องดูฝุ่นมันคงจะไม่ตื่นเต้นอะไร แต่ซัมซุงได้ผลิตลายพิเศษ Star Wars Limited Edition เพื่อร่วมฉลองการกลับมาของภายนตร์ Star Wars ภาคล่าสุด The Last Jedi  ซึ่งการผลิตในครั้งนี้มี 2 ลาย ได้แก่ Darth Vader และ Stormtrooper แต่ความพิเศษไม่ได้หยุดไว้เพียงลวดลายที่สวยงาม Samsung POWERbot ยังมีความสามารถพิเศษอีกมากมายให้คุณได้สัมผัส

- ในเรื่องของฟังก์ชั่น Edge Clean Master พร้อมเข้าซอกซอน ทำความสะอาดทั่วมุมห้องให้สะอาดหมดจดตลอดจนแนวผนัง

- ตัวเครื่องดูดฝุ่น Samsung POWERbot ตัวนี้จะมาพร้อมกับ Wi-Fi connectivity สำหรับที่จะเอาไว้ใช้ในการควบคุมการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเสียงเอฟเฟกต์ก็มาจากภาพยนตร์ Star Wars อย่างคำพูด Freeze  ของ Stormtrooper หรือ You are powerful ของ Darth Vader รวมไปถึง เสียงหายใจอันเป็นเอกลักษณ์ของ Darth Vader และเพลง The Imperial March นั่นเอง

- CycloneForce พลังลมไซโคลน สร้างพลังลมหมุนที่แข็งแกร่งเพื่อแยกฝุ่นผงและฝุ่นละอองออกไปยังช่องเก็บด้านนอก จึงทำให้แผ่นกรองสะอาดและลดการอุดตัน

- มาพร้อมระบบ Visionary Mapping™ Plus System ค้นหาเส้นทางในการทำความสะอาดได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วอีกด้วย ฟังๆ ดูแล้ว เครื่องนี้น่าจะอัจฉริยะใช่ย่อยเลย

- รีโมทคอนโทรล  ของ Samsung POWERbot รุ่นนี้ เขาไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะมีอีกหนึ่งลูกเล่นจุดเด่น ก็คือ การทำความสะอาดแบบเฉพาะจุด มีฝุ่น มีเศษขยะตรงไหน เพียงกดปุ่ม Point Cleaning ก็จะมีแสงไฟสีแดงขึ้นมา ใช้ชี้ไปตามจุด น้อง Robot จะวิ่งตามไปทำความสะอาดบริเวณนั้นอัตโนมัติทันทีเลย

               สำหรับใครที่ชอบความสะดวกสบาย Samsung POWERbot นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกดีเลยก็ว่าได้ นอกจากจะมีดีไซน์ที่เพรียวบาง (กว่ารุ่นเดิมๆ) และพลังแห่งการทำความสะอาดทถือว่าอยู่ในระดับดี ใช้งานง่ายด้วยรีโมทคอนโทรลและสามารถสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นได้แล้ว ยังสามารถตั้งเวลาการทำความสะอาดได้อีกด้วย

9

                ในปัจจุบันอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดบ่อยมากและมีให้เห็นกันได้ทุกวัน บางก็อาจจะเป็นอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆหรือไม่บางทีก็อาจจะเป็นอุบัติเหตุใหญ่ ถ้าเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กๆรถก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรมากมาย แต่ถ้าหากเกิดเป็นอุบัติเหตุใหญ่ๆก็อาจจะทำไมให้รถนั้นเกิดความสูญเสียมากขึ้น จนอาจร้ายแรงทางประกันรับซ่อมไม่ได้เพราะอาจจะเกินวงเงินที่ประกันให้ไว้ จนกลายเป็นซากรถไปแทน


                   มันเลยเกิดข้อสงสัยต่อมาว่าแล้วจะเอาซากรถพวกไปทำอะไรต่อดี บางคนก็ด้วยความที่รักรถของตัวเองก็จะพยายามหาร้านซ่อมรถที่อุปกรณ์ เครื่องมือครบพอที่จะซ่อมรถได้ หรือบางคนก็อาจจะนำไปขายออกทอดตลาดเชียงกงโดยการแยกอะไหล่ออกและนำไปขายนี่ก็อีกหนึ่งทางเลือกที่คุณสามารถทำได้ถึงจะขายได้ในราคาที่คุ้มเท่ากับราคารถที่คุณซื้อแต่ก็ยังดีกว่าเก็บเฉยๆโดยไม่ได้ใช้งานอะไรเลย หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่คุณอาจจะเคยได้ยินกันมาแล้วบ้างนั้นก็คือการนำซากรถเข้าประมูลนั้นซึ่งอันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการขายซากรถตัวโดยผ่านตัวกลางทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยที่จะต้องมานั่งขายเอง ซึ่งการประมูลซากรถนั้นส่วนใหญ่ที่ซื้อเขาก็คงจะนำซากรถที่ประมูลได้นั้นไปแยกอะไหล่ในขายการซื้อขาย หรืออาจจะเอาอะไหล่จากซากรถไปใช้ในใช้ในอู่ซ่อมรถของตัวเองได้ด้วย
              แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรที่จะขับรถกันอย่างระมัดระวังด้วยสติอย่าใจร้อนเพราะไม่งั้นคุณอาจจะทำให้รถที่คุณนั้นกลายเป็นซากรถโดยไม่รู้ตัวจากอุบัติเหตุก็ได้

10

               ตอนนี้ประเทศไทยก็ได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างจริงจังแล้ว เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงกำลังมองหาครีมกันแดดที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของสาวๆอยู่อย่างแน่นอน แต่ด้วยบรรดายี่ห้อของครีมกันแดดที่มากขึ้นเลยเรื่อยๆก็อาจจะทำให้สาวๆนั้นตัดสินใจยากขึ้นในการซื้อครีมกันแดด จนอาจจะเกิดคำถามขึ้นมาว่าครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีกันแน่ ซื้อไปจะมีอาการแพ้ไหม จะป้องกันแสงแดดได้ดีจริงๆหรือเปล่า ซึ่งจริงๆแล้วบางทีการเลือกครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีที่ตรงตามความต้องการของสาวๆนั้นบางทีก็ไม่จำเป็นจะต้องมีราคาแพงหรือเป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ เพราะถ้าหากเราซื้อครีมกันแดดตามกระแสทั่วไปแล้วเรากลับเกิดอาการแพ้ขึ้นมานั้นเท่ากับเราได้ไม่คุ้มกับที่เราต้องเสียไป ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการเลือกครีมที่เหมาะสมสำหรับคุณนั้นคุณต้องครีมกันแดดด้วย ศึกษาให้ดีให้ว่าครีมกันแดดที่เราจะซื้อมาให้นั้นจะทำให้เราเกิดอาการแพ้รึเปล่า วันนี้เราจึงเกร็ดเคล็ดลับเกี่ยวการเลือกครีมกันแดดมาให้สาวๆได้อ่านและทำควรเข้ากันดูเพื่อที่จะได้ไม่เลือกพลาด

ใช้ครีมกันแดด SPF ยิ่งสูงยิ่งต้องระวังแพ้
           ผู้ผลิตครีมกันแดดนิยมเพิ่มสาร chemical sunscreen เข้าไปเพื่อเพิ่มค่า SPF ให้สูงและเพิ่มราคาได้มาก ทำให้มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจทำให้เกิดการแพ้มากกว่า SPF ต่ำซึ่งมีสาร physical sunscreen ในสัดส่วนที่มากกว่า
วิธีทดสอบการแพ้ครีมกันแดด
           ให้ทาครีมกันแดดบริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วสังเกตว่ามีอาการบวม แดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามคนบางประเภท (delay sensitivity) จะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ ดังนั้นจึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง จึงจะสรุปได้ว่าไม่มีอาการแพ้จริงๆ

เลือกครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้ง ยูวีเอ และ ยูวีบี
        ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพควรสามารถป้องกันทั้งรังสี ยูวีเอ และยูวีบี โดยสังเกตฉลากจากส่วนผสมแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ
- Physical sunscreen (สารอนินทรีย์) ได้แก่ ไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2 ) มีคุณสมบัติป้องกันรังสี ยูวีบีและซิงค์ออกไซด์ (ZnO) ป้องกันรังสี ยูวีเอ สาร Physical sunscreen นี้ไม่กำหนดปริมาณที่อนุญาต แต่เมื่อทาแล้วไม่ก่ออันตราย ไม่แพ้ แต่ทาแล้วเป็นปื้นขาว ทำให้หน้าขาววอกเกินไป

- Chemical sunscreen (สารอินทรีย์) ลักษณะเป็นน้ำมันไม่เกิดปื้นขาว เป็นสารผสมในเครื่องสำอางควบคุม ต้องขึ้นทะเบียน อย. เพื่อควบคุมความเข้มข้นที่ไม่ก่ออันตรายกับผิวหนัง เพราะสารเคมีบางชนิดก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สารประเภทนี้ได้แก่ Padimate O อนุญาตให้ใช้ได้ถึง 8% , Octylmethoxycinnamte 10%, Octyl salicylate 5% , Homosalate 10%

                และนี่ก็คือเทคนิคง่ายๆในการเลือกครีมกันแดดอย่าลืมนำไปลองใช้กันดู และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นก็คือการทาครีมกันแดดให้ถูกวิธีกันด้วยนะคะ ต่อให้คุณเลือกครีมกันแดดได้ถูกต้องแต่ถ้าหากทาหรือใช้ผิดวิธีก็อาจจะทำให้ครีมกันแดดของคุณไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิก็ได้

11

              เชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการประมูลรถหรูหรือรถทั่วไป เลยอาจจะทำให้เกิดคำถามมากมาย เช่น คนธรรมดาทั่วประมูลได้ไหม  หรือเตรียมอะไรบ้างในการประมูลรถหรูหรือรถทั่วไป และในวันนี้เราจะมาคำถามให้คุณในฉบับที่เข้าง่ายๆรอบเดียวว่าการประมูลรถหรูหรือรถทั่วไปนั้นเป็นอย่างไร


              การประมูลรถหรูหรือรถทั่วไปคือการใช้วิธีการให้ผู้ซื้อแข่งขันกันเสนอราคาให้มากที่สุดเท่าที่จะให้ได้ต่อรถคันนั้น ซึ่งวิธีดังกล่าวนั้น ทำให้รถยนต์มีมูลค่าเพิ่มจากปกติตามสภาพที่ขายได้ทั่วไป ซึ่งวิธีดังกล่าวสถาบันการเงินหลายแห่งนิยมมากในการปล่อยรถยนต์ที่ยึดมาจากลูกค้าที่ไม่สามารถชำระสินเชื่อได้ตามกำหนด จะว่าไปรถประมูลก็อาจจะไม่เสียหายอะไร ที่จะประมูลมาใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่คุณจำเป็นต้องรู้จริงเกี่ยวกับรถประมูลว่าที่มาที่ไปของรถคันนั้นเป็นเช่นไร สภาพสมบูรณ์หรือไม่ รถส่วนมากที่นำมาประมูลกันเป็นรถประเภท

1.รถจากสถาบันการเงิน ส่วนใหญ่จะมาจากรถยนต์ที่ถูกไฟแนนซ์ยึดรถมาขายทอดตลาด

2.รถอุบัติเหตุโดยจะนำรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุมาประมูลซาก เรียกง่ายๆขายซากนั้นเอง ว่ากันไปตามสภาพสำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆอย่างไปยุ่งเลยดีกว่าซื้อมาปั่นใหม่อาจจะเสียเงินเยอะกว่ารถมือ2สภาพดีซะอีก

3. .รถปลดระวางจากบริษัทหรือราชการซึ่งรถประเภทนี้จะเป็นรถที่ผ่านการดูแลมาค่อนข้างดี แต่บางคันก็ใช้งานหนักมาเหมือนกัน ดูเรื่องเครื่องยนต์ให้ดีๆส่วนเรื่องตัวถังนั้นสามารถไว้ใจได้แน่นอน

4.รถของกลาง คือรถที่โดนตำรวจ หรือสรรพสามิตยึดมา บางคันเป็นรถที่ยึดมาจากพ่อค้ายา หรือไม่ก็การนำเข้าผิดกฎหมาย ส่วนมากรถพวกนี้จะเป็นรถสปอร์ตสุดหรู แต่คนธรรมดาคงจะประมูลชนะอยาก เพราะรถพวกนี้ส่วนมากจะมีการคุยกันหลังบ้านเรียบร้อยแล้ว

12

              อากาศเดี๋ยวนี้ก็เริ่มร้อนขึ้นทุกทีแดดก็แรงขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะออกไปไหนสิ่งที่เราไม่ควรลืมเลยนั้นก็คือการทาครีมกันแดด ปัจจุบันในท้องตลาดนั้นครีมกันแดดมีมากมายหลายแบรนด์หลายยี่ห้อเลยก็ว่าได้ต่างจากเมื่อก่อนที่ครีมกันแดดนั้นจริงๆแล้วมีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ มันจึงจำเป็นที่ว่าเราควรจะเลือกครีมกันแดด ดีที่สุดที่เหมาะสำหรับเราไม่ใช่แค่เห็นว่าราคาถูกหรือโปรโมชั่นลดราคาเลยรีบซื้อเพราะเราไม่รู้หรอกว่าครีมกันแดดที่ราคาถูกหรือที่จะจัดโปรโมชั่นลดราคานั้นมีประสิทธิภาพป้องกันแดดได้เต็มที่รึป่าวเราจึงนำเกร็ดความรู้เล็กน้อยๆเกี่ยวกับครีมกันแดด ดีที่สุดที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อมาให้คุณได้อ่านกัน

- ทำความรู้จักค่า SPF และค่า PA
           สงสัยกันมากว่า SPF และ PA ที่เห็นจากฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นคืออะไร? ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ ก็คือค่าที่บอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UV ที่ต่างกันคือ ค่า SPF (Sun Protection Factor) จะป้องกันรังสี UVB รังสีชนิดนี้มีผลทำให้ผิวไหม้ พองบวม ส่วน  PA (Protection Grade of UVA) จะป้องกันรังสี UVA ต้นเหตุของสีผิวที่หมองคล้ำ เหี่ยวย่น และทั้ง 2 ชนิดอาจส่งผลให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นต้องใช้ครีมกันแดดที่มีทั้งค่า SPF และค่า PA เพื่อการปกป้องผิวของคุณได้ดีที่สุด

- เครื่องหมายบวก (+) ในค่า PA
            สำหรับครีมกันแดดที่มีค่า PA เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างจากแต่ก่อนที่มีแต่ค่า SPF ดังนั้นเท่ากับผิวจะได้รับการปกป้องจากแสงแดดได้ดีกว่าเดิม ส่วนค่า PA ที่เห็นเป็นเครื่องหมายบวก(+) ต่อท้ายนั้น เป็นการบอกระดับการปกป้องรังสี UVA ว่ามีความสามารถปกป้องผิวได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งปัจจุบันมีด้วยกัน 3 ระดับ คือ PA+, PA++และ PA+++ เริ่มต้นเลยคือ PA+ นั้น จะมีความสามารถในการป้องกันรังสี UVA อยู่ที่ 2-4 เท่า เครื่องหมายบวกที่เพิ่มขึ้นอีกเป็น 4-8 เท่าและ 8-16 เท่าตามมา และยังมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นด้วย

- ครีมกันแดด ดีที่สุดของสาวๆนั้นต้องมีสารกันแดดอยู่จริง
              ผลิตภัณฑ์กันแดดและครีมกันแดดของคุณใช้กันอยู่ จะรู้ได้อย่างไรว่ามีส่วนผสมของสารกันแดดอยู่จริง และจะปกป้องผิวของเราจากรังสี UVจากแสงแดดได้มากแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรรู้อย่างมาก เพราะเราจะเลือกซื้อจากคำโฆษณาและในฉลากผลิตภัณฑ์บอกไว้เท่านั้น ฉะนั้นมาดูเพิ่มอีกอย่าง คือชื่อของสารกันแดดที่เห็นได้บ่อยๆ ในผลิตภัณฑ์กันแดด ดังนี้ Titanium Dioxide ,Benzophenone-3 ,2-Ethylhexyl Methoxycinnamate ,Butyl  Methoxydibenzoylmethane ,Bis-Ethylhexyloxyphenolmethoxytriazine

13
        หลายๆคนที่ทำประกันในบางส่วนนั้นอาจจะเคยสงสัยใช่ไหมว่า เบี้ยประกันชีวิต จริงๆแล้วมันคืออะไร และเราควรบริหารเบี้ยประกันชีวิตอย่างไรเพื่อให้เดือนร้อนตัวเองจนเกินไปเพราะบางคนนั้นหวังการคุ้มครองในครั้งล่ะมากๆจนบางทีก็ลืมไปว่าเบี้ยประกันชีวิตนั้นก็จะสูงเช่นกัน จนบางทำให้เบี้ยประกันชีวิตนั้นอาจจะกลายเป็นหนี้สินได้โดยไม่รู้ เรามาดูกันดีกว่าว่าเบี้ยประกันชีวิตนั้น คืออะไร เราควรบริหารเบี้ยประกันชีวิตอย่างไรให้เหมาะสม   
        เบี้ยประกันชีวิต คือ  เงินที่ผู้ซื้อประกันชีวิตจะต้องจ่ายในทุกๆเดือนหรือตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา หรือในอีกกรณี เบี้ยประกันชีวิต ก็คือ เงินเมื่อครบกำหนดสัญญา บริษัทจะจ่ายให้ผู้ซื้อประกัน หากผู้ซื้อประกันเสียชีวิต ระหว่างที่สัญญาประกันชีวิตมีผลบังคับอยู่ บริษัทจะจ่ายเงินทดแทนประกันชีวิตให้กับผู้รับผลประโยชน์

การบริหารเงินจ่ายเบี้ยประกันชีวิต
             การจ่ายเงินเบี้ยประกันชีวิตแน่นอนอยู่แล้วว่านั้นคือหน้าที่หลักของคนซื้อประกันแต่หากเมื่อเกิดปัญหา ผู้ซื้อประกันหมุนเงินไม่ทันไม่มีเงินจ่ายค่าเบี้ยประกัน แล้วจะทำอย่างไรดี  เราจึงมีแนวทางแก้ไขในการบริหารเบี้ยประกันมาฝากทุกคน
จ่ายเบี้ยประกันชีวิตในระยะเวลาผ่อนผัน
            เมื่อครบกำหนดวันที่ต้องชำระเบี้ยประกันชีวิตแม้ผู้ซื้อประกันยังไม่ได้ชำระเบี้ยประกัน กรมธรรม์ก็จะยังไม่สิ้นผลบังคับไป เพราะตามเงื่อนไขกรมธรรม์จะยังมีระยะเวลาผ่อนผัน ซึ่งโดยปกติจะมีระยะเวลา ภายใน 1 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกัน
ดังนั้น หากผู้เอาประกันยังไม่สามารถชำระเบี้ยประกันได้ในวันที่ครบกำหนดชำระเบี้ย จึงยังพอมีเวลาให้การหาเงินจ่ายค่าเบี้ยประกัน แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจให้ถึงกำหนดชำระ
          แต่อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันชีวิตที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องไม่แพงจนดูน่าเกลียด มีความเหมาะสมกับประกันที่ผู้เอาประกันได้เลือกเอาไว้รวมไปถึงผู้เอาประกัน จะต้องมีความพึงพอใจ และทางบริษัทประกัน จะต้องสามารถหมุนเวียนระบบการเงินในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

14
           “บ้าน”เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนหลายๆคนเลยก็ว่าได้เพราะเนื่องจากบ้านเป็นศูนย์รวมของสถาบันครอบครัวเป็นที่ที่ครอบครัวใช้ในการอยู่อาศัย พักผ่อน พูดคุย ดังนั้นบ้านจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตอันหนึ่งทีเดียวแต่กว่าที่เราจะได้บ้านสักหลังนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆมีขั้นตอนการสร้างบ้านที่ต้องศึกษามีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากมายโดยงบประมานที่จำเป็นจะต้องใช้นั้นเป็นจำนวนมากในการสร้างบ้านสักหลังดังนั้น การสร้างบ้านแต่ละหลังต้องเริ่มต้นศึกษากันอย่างจริงจังทีเดียวครับตั้งแต่การหาเงินทุนสร้างบ้าน การหาแบบบ้าน การหาผู้รับเหมา วันนี้เราจึงมีขั้นตอนการสร้างบ้านมาให้คุณได้อ่านกัน
1.การหาแบบบ้านที่ตรงใจ
           การหาแบบบ้าน อาจจะ หาตามเงื่อนไข งบประมาณก่อสร้างตามจำนวนขอคนอยู่อาศัย ตามรูปแบบของบ้าน ว่าจะเป็นบ้านชั้นเดียว บ้านชั้นครึ่ง หรือบ้านสองชั้น
2. การหางบประมาณเพื่อการสร้างบ้าน
          เมื่อได้แบบที่ถูกใจแล้วขั้นตอนต่อไปคุณจะต้องเตรียมกำลังเงิน การหางบประมาณสร้างบ้านหลายท่านที่มีเงินงบประมาณอยู่แล้ว ก็เตรียมสร้างได้เลย ส่วนคุณที่มีงบประมาณน้อย คงต้องใช้วิธีการกู้ยืมจากสถาบันทางการเงินต่างๆ ขั้นตอนการจัดเตรียม เอกสารต่างๆ เพื่อขอยื่นกู้กับสถาบันทางการเงิน
3. การหาผู้รับเหมาสร้างบ้าน
             เมื่อได้แบบ และเงินกู้ผ่าน ขั้นตอนต่อไปก็คือการหาผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน ผู้รับเหมาถ้าเปิดใน google ก็คงมีอยู่เต็มไปหมดให้คุณได้เลือก การว่าจ้างผู้รับเหมานั้นอาจจะจ้างเฉพาะส่วนของค่าแรงเพียงอย่างเดียว หรือจ้างทั้งค่าแรงทั้งค่าของ ซึ่งสองวิธีนั้นก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
4. การขออนุญาตสร้างบ้าน
          เมื่อตกลงแบบบ้านลงตัว และตกลงเรื่องราคากันลงตัวเรียบร้อยตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องการนำแบบไปขออนุญาตสร้างบ้าน โดยมีวิธีการหลักๆคล้ายๆกันแต่อาจจะแตกต่างกันไปเล็กๆน้อยๆ ตามแต่รูปแบบพื้นที่ที่ท่านจะไปสร้างนั้นมีรูปแบบการบริหารแบบไหน เช่น เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเป็นเขตเทศบาล อันนี้ก็จะมี
5.การควบคุมดูแลระหว่างการสร้างบ้าน
          ช่วงระหว่างการก่อสร้างบ้านของคุณ การดูแลเอาใจใส่ ในขั้นตอนหรือ กระบวนการสร้างบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นมากๆ เพราะถึงแม้ผู้รับเหมา หรือบริษัท ที่ท่านเลือก อาจจะมีประวัติผลงานที่ดี มีประสบการณ์การสร้างบ้าน มาอย่างยาวนานก็ ไม่อาจจะไว้ใจได้ทั้งหดเสียทีเดียว เพราะยังไงๆ มันก็ไม่ใช่บ้านเขาอยู่ดี อย่างเรื่องที่จะมาดูแลเอาใจใส่เท่าเจ้าของบ้านคงไม่มีหรอก ดังนั้นตอนนี้ จะเป็นเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยตัวของคุณเอง
6.การตรวจรับบ้าน
          ขั้นตอนสุดท้ายของการสร้างบ้าน ก็คือการตรวจรับบ้านโดยขั้นตอนนี้คงจะเป็นขั้นตอน ที่ค่อนข้างต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณา เนื่องจากขั้นตอนนี้เจ้าของบ้านจะต้องตรวจสอบบ้านให้ดี ไม่งั้นคุณอาจจะได้บ้านที่ไม่เรียบร้อยถูกใจคุณ และช่วงเวลานี้ผู้รับเหมาก็กำลัง รอลุ้นอยู่ว่าคุณจะ เซ็นต์รับ บ้านที่สร้างเสร็จนี้หรือไม่ เพราะหมายถึง เงินค่าจ้างงวดสุดท้ายของผู้รับเหมา ที่จะได้รับนั่นเอง ขั้นตอนการตรวจรับบ้าน


15

              ในปัจจุบันนี้การออมเงินนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องนั้นทำเลยก็ว่าได้ ยิ่งออมเงินไว้นานเท่าไหร่เงินเก็บเราก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น เป็นรู้กันดีว่าการออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินที่เราจำเป็นจะต้องใช้เงินได้เมื่อไหร่ แต่เดี๋ยวนี้การออมเงินนั้นมีรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นการฝากประจำกับธนาคาร การสมัครกองทุนต่างหรือไม่ว่าเป็นการทำประกันออมทรัพย์นั้นเอง และวันนี้เราจึงความรู้เกี่ยวกับประกันออมทรัพย์มาให้คุณได้อ่านกันดู

1.จำนวนผลตอบแทนหรือผลประโยชน์ชัดเจน!
                การทำประกันออมทรัพย์นั้นจะการันตีผลตอบแทนแน่นอนให้เราว่าจะได้รับเงินคืนระหว่างปีหรือได้เงินคืนครบตามกำหนดสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ จึงไม่ต้องมานั่งกังวลกับภาวะเศรษฐกิจว่าจะทำให้ผลตอบแทนเราลดลงหรือไม่
2.ผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย
                 หากเราซื้อพันธบัตรรับบาล หุ้นกู้ หรือแต่การฝากเงินไว้ในบัญชีฝากประจำ เมื่อครบกำหนดที่เราจะได้รับดอกเบี้ยเราจะถูกหักภาษี ณ ที่ จ่าย 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ ต่างจากผลตอบแทนที่รับกับประกันออมทรัพย์ ที่ไม่ว่าจะคืนเงินระหว่างสัญญา หรือคืนเงินครบตามกำหนดสัญญา ก็ไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เราจะได้ผลตอบแทนที่ระบุไว้เต็มจำนวน
3.คุ้มครองชีวิตและให้ความมั่นคงกับลูกหลาน
                    การทำประกันทุกประเภท นั้นก็คือการโอนความเสี่ยงให้กับบริษัทประกัน ซึ่งให้หลักประกันและคุ้มครองตามจำนวนที่คุณได้ทำประกันที่เลือกไว้ ผู้ทำประกันก็จะมั่นใจได้ว่าหากตัวเองเสียชีวิตไปก็จะมีเงินก้อนให้แต่คนในครอบครัวเมื่อยามฉุกเฉิน
4.เบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
                      เบี้ยประกันออมทรัพย์ที่เราชำระไปนั้นสามารถนำไปใช้สิทธิในการหักลดหย่อนภาษีได้ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามกรมธรรม์ว่าจะมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เราสามารถนำไปหักลดหย่อยภาษีสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และสามารถลดหย่อยภาษีได้ตามจำนวนปีที่มีการชำระเบี้ยอีกด้วย

             อย่างไรก็ตามการที่เราจะทำประกันออมทรัพย์หรือออมเงินด้วยวิธีใดก็ตามเราจะต้องคำนวณรายรับ รายจ่ายของเราให้ดีเสียก่อนว่าเรามีความพร้อมในการออมเงินมากน้อยแค่ไหนเพื่อจะไม่ทำให้การออมเงินของเรานั้นกลายเป็นความเดือนร้อน

หน้า: [1] 2 3