แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - wonderbeauty

หน้า: [1] 2 3
1
กระดูกอ่อนหลังหู ถ้าพูดชื่อนี้ใคร ๆ คงนึกถึงการเสริมจมูกแน่นอน เพราะทุกวันนี้กระแสการเสริมจมูกซิลิโคนร่วมกับจมูกอ่อนหลังหูดูเหมือนจะเป็นที่ฮอตฮิตแพร่หลาย จนหลายสถานเสริมความงามยกมาเป็นจุดเด่นในการโปรโมทว่าเสริมแล้วช่วยยืดปลายจมูก และช่วยให้จมูกไม่ทะลุได้ แต่…มันเป็นเรื่องจริงหรือมั่วนิ่ม เราจะพามาดูกันค่ะกระดูกอ่อนหลังหู ใครว่าเสริมจมูกได้ไม่ทะลุ???กระดูกอ่อนหลังหูอยู่ตรงไหน?กระดูกอ่อนหลังหู


กระดูกอ่อนหลังหูอยู่ตรงไหน?


กระดูกอ่อนหลังใบหูที่แพทย์นิยมนำมาใช้จะอยู่ช่วงแอ่งโค้งของใบหู ซึ่งเวลานำมาใช้แพทย์ก็จะทำการเปิดแผลจากด้านหลังใบหูและตัดกระดูกอ่อนที่ต้องการใช้ออกมาบางส่วน (ไม่ได้ใช้กระดูกอ่อนทั้งใบหูนะคะ) จากนั้นจึงเย็บปิดแผล ทำให้เมื่อมองจากด้านหน้าแล้วใบหูดูเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมรอยแผลก็ซ่อนอยู่ตรงหลังใบหู ใครจะมานั่งสังเกตจริงไหม?

กระดูกอ่อนหลังหู คือช่วยให้จมูกสวยแบบไม่ทะลุจริงไหม ?


ว่ากันว่า…ถ้าเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหูจะไม่ทะลุ… บอกไว้ตรงนี้เลยค่ะคุณสาว ๆ ขา เรื่องโม้ทั้งนั้น เรื่องจริงก็แค่ช่วยให้ปลายจมูกดูมนสวยมากขึ้น และยาวขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ลองนึกตามดูเล่น ๆ นะคะ การเสริมจมูกด้วยวิธีนี้ ก็เหมือนเอานิ้วใส่ถุงมือจิ้มดินน้ำมันแหละค่ะ จิ้มแรง ๆ ดินน้ำมันก็แหว่งเป็นรูอยู่ดี  เหมือนเร่งการทะลุซะงั้น  ยิ่งนานไปเรื่อย ๆ ซิลิโคนก็ยิ่งเคลื่อนตามแรงโน้มถ่วง คิดดูสิว่ากระดูกบาง ๆ จะหยุดซิลิโคนอันใหญ่ได้ยังไงกัน


ดูอย่างน้องพิพลอยที่พลาดไปเสริมจมูกซิลิโคนร่วมกับกระดูกอ่อนหลังใบหูมาสิ สุดท้ายปลายแดง จมูกบาง ต้องเอาออกเพราะถ้าปล่อยไว้นานทะลุแน่ ๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องแย่ ๆ จน สาว ๆ ที่คิดไปเสริมจมูกไม่กล้าใช้กระดูกส่วนนี้กันนะคะ ข้อดีของกระดูกส่วนนี้ก็มี เพียงแต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีเท่านั้นค่ะ

ใช้กระดูกอ่อนหลังหูอย่างไร ? ให้สวยครบจบแบบไม่ทะลุ


เรื่องนี้เราแอบไปเม้าท์กับคุณหมอมา คุณหมอบอกว่าการเสริมด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหูสามารถทำได้  แต่ควรเสริมร่วมกับ กระดูกอ่อนกลางจมูก งงไปพักใหญ่ว่า.. กระดูกอ่อนกลางจมูกคืออะไร คุณหมอก็รีบอธิบายต่อทันทีว่าเป็นกระดูกอ่อนที่อยู่ในจมูกเรานี่แหละ



กระดูกอ่อนกลางจมูก

ซึ่งกระดูกอ่อนกลางจมูกเนี่ย คุณหมอกระซิบบอกเลยนะคะ ว่านี่แหละคือตัวเอกของงานที่ทำให้จมูกไม่ทะลุได้อย่างแท้ทรู (มันดีขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณหมอ) เพราะเจ้ากระดูกอ่อนตัวนี้แหละที่ช่วยปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูกได้ดังใจ


โดยคุณหมอจะนำกระดูกส่วนนี้มาเหลาให้ได้รูปทรง และนำไปเสริมจมูกให้ดูโด่งสโลปแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งซิลิโคน พร้อมทั้งยืดปลายจมูกให้ได้รูปจมูกที่เรียวสวย  และยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้ปลายจมูกด้วยค่ะ  แต่เดี๋ยวก่อน! แล้วกระดูกอ่อนหลังใบหูไปไหนล่ะ คุณหมอบอกว่ากระดูกส่วนนั้นจะนำมาเติมที่ปลายจมูก คือวางบนกระดูกอ่อนกลางจมูกแล้วเย็บติดอีกครั้งเพื่อกันการเคลื่อนตัวอีกด้วยนะคะ  เรียกว่าเย็บติดขนาดนี้ดิ้นไม่หลุด  แถมได้ทรงปลายหยดน้ำสวย ๆ และไม่มีสิ่งแปลกปลอมดันจมูกจนทะลุแน่นอนค่ะ

ต้องขอพูดเลยนะคะว่า กระดูกอ่อนหลังหู ที่ใครก็ว่าดี๊ดีย์ ก็แอบมีสิทธิ์ทะลุได้เหมือนกันนะเนี่ย แต่ถ้าเราได้พบแพทย์ที่มีความรู้ เชี่ยวชาญ และนำมาใช้ได้ถูกวิธีจริง ๆ จากโทษก็กลายเป็นคุณได้ การจะมีจมูกโด่งสวยแบบ Noสน Noแคร์ เรื่องทะลุ คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะค่ะ


Cr. https://bit.ly/2CT77pS

2
ทุบโหนกแก้ม ฟังดูแล้วคงแบบ เห้ยยยยย มันคืออะไรอะแกร ทำไมดูน่ากลัวจังเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่รู้มั้ย! ว่าการทุบโหนกแก้มเป็นสวรรค์ของสาวโหนก(แก้ม)สูงใหญ่ เพราะมันคือทางลัดที่ทำให้โหนกแก้มใหญ่ ๆ ของพวกเธอทั้งหลายนั้นเรียวลงแบบถาวรได้ แถมยังพ่วงความสวยแบบคูณสองให้หน้าดูเล็ก และเด็กลงได้เลยนะคะ แต่วิธีนี้ดีกว่าวิธีอื่นยังไงกัน คงเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยอยู่เหมือนกัน เราจึงขอพาสาว ๆ โหนกแก้มสูงทั้งหลายไปรู้จักกับวิธีการทุบโหนกแก้มกันค่ะ



เห็นมั้ยล่ะคะ ว่าโหนกแก้มใหญ่กับไม่มีโหนกแก้ม มันดีกว่ายังไง

ทุบโหนกแก้ม ทางลัดสู่ หน้าเรียวถาวร

ตัด เลื่อน กรอกระดูก ฟังผ่าน ๆ คงดูน่าหวาดเสียวซะจนไม่กล้าเข้าไปทำ แต่บอกได้เลยค่ะซิสว่าวิธีนี้ นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่ออกมาละมุน ดูเหมือน 14 อีกครั้งแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงอยู่ถาวรอีกด้วยค่ะ เพราะกระดูกที่ทำการตัดหรือกรอออกไปเนี่ย ตัดแล้วตัดเลยไม่งอกกลับมาให้โหนกใหญ่หน้าบานเป็นจานดาวเทียมอีกครั้งแน่ ๆ ค่ะ เริศไหมล่ะ



มีวิสัญญีแพทย์ ดูแลตลอดขนาดนี้ หลับได้สบายไม่ต้องกังวลค่า

ปลอดภัยลดความเสี่ยง เพราะระหว่างการทุบโหนกแก้มนั้น จะมีการดมจากวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางดูแลตลอดการผ่าตัด เรียกได้ว่าตื่นมาปุ๊บ สวยปั๊บ ไม่ต้องกลัวหลับไม่ตื่น หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ให้หวาดเสียวเล่นระหว่างทำแน่นอน



จะตัด เลื่อน กรอกระดูกส่วนไหนออก แผลก็เล็ก ๆ ดูแลง่ายไปอีกค่า

ไม่เห็นแผลเป็น พักฟื้นน้อย เพราะการทุบโหนกแก้ม เป็นการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือเปิดแผลเล็ก ๆ ข้าง ๆ ไรผม หรือในบางวิธีจะเปิดแผลในช่องปาก ซึ่งทำให้แผลหลังผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก ทำให้การฟื้นฟูและดูแลแผลใช้ระยะเวลาน้อย แค่อาทิตย์เดียว สาว ๆ ก็พร้อมออกไปโลดแล่นโชว์หน้าเรียวสวยกันได้แล้วล่ะค่ะ



ภาพก่อน – หลัง ทุบโหนกแล้วหน้าสวย ดูมั่นใจขึ้นเย๊อะ



ภาพก่อน – หลังที่เห็นอยู่คนเดียวกันนะคะเนี่ย
แค่ ทุบโหนกแก้มก็สวยใสเหมือนเด็กได้ ไม่ต้องแอ๊บเลยค่ะ

เห็นไหมล่ะคะ ว่าการทุบโหนกแก้มเพื่อหน้าเรียวถาวร ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ดูแลซักนิด ระวังซักหน่อย เพียงไม่กี่เดือนหน้าก็จะเรียวได้รูปถาวรแล้ว สวยจบในครั้งเดียวได้แบบนี้ไม่ต้องกลับไปทำซ้ำบ่อย ๆ ให้เปลืองเวลา และเปลืองเงินหลายรอบด้วยนะคะ

Cr.www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/ทุบโหนกแก้ม-ทางลัดสู่-หน้าเรียวถาวร/



3
ก่อนที่เราจะทำอะไรสักอย่าง แม้แต่กินข้าว! สิ่งที่เราจะทำเป็นอย่างแรกคือหารีวิวอ่าน! บางครั้งก็เชื่อ โดยไม่ไม่ได้คิดก่อนว่าที่รีวิว จริง หรือ หลอก ไม่เว้นแต่ศัลยกรรม! ก่อนทำก็ไม่พ้นต้องดูรีวิว คนนั้นสวย คนนี้ก็เริ๊ดเริ่ด! แต่ก่อนจะเชื่อรีวิวกันไป มาดูก่อนมั้ยคะ ว่าควรจะดูจะเชื่ออะไร สำหรับวันนี้จะมาพูดถึง รีวิวตาสองชั้น ที่สาว ๆ นิยมทำกันไม่แพ้ทำจมูกเลยทีเดียว



ก่อนจะเชื่อ รีวิวตาสองชั้น ให้สำรวจตัวเองก่อน!
อยากให้ มองตาตัวเองกันก่อน ว่าจุดไหนที่เรารู้สึกไม่พอใจ เช่น ชั้นตาตก ชั้นตาหลบใน ไขมันชั้นตาเยอะ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพื่อที่จะบอกปัญหาได้ถูกจุด ในสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราเอง ไม่ใช่ไปดู รีวิวตาสองชั้น ของคนอื่นแล้วมามโนว่าปัญหาของเค้านั้นเหมือนเรา! มันไม่ถูกต้องนะคะซิส

เช็คให้ชัวร์ ก่อนเชื่อ



ก่อนจะเชื่อว่าคลินิก หรือ สถานพยาบาลที่เราดูรีวิวนั้นเค้าดี เค้าเริ่ด! หาข้อมูลลึก ๆ ให้ดีก่อน ถ้าเราหาในมุมที่ดีแล้ว ลองหาข้อเสียของที่นั่นด้วยค่ะ แล้วลองพิจารณาดูว่าเรารับจุดนั้นได้มั้ย คลินิกนั้นมีความน่าเชื่อถือจริงมั้ย มีความปลอดภัยหรือเปล่า จะสวยอย่างเดียวไม่ได้นะคะ ความปลอดภัยต้องสำคัญควบคู่กัน

เข้าไปปรึกษาคุณหมอด้วยตัวเองดีที่สุด



เมื่อได้ตัวเลือกว่าจะ ทำตาสองชั้นที่ไหน หรือทำกับคุณหมอท่านไหนแล้วคราวนี้ก็ต้องเดินเข้าไปปรึกษาคุณหมอโดยตรงดีกว่าค่ะ เพราะอย่างที่บอกเลย ปัญหาของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราดูรีวิวมามันสวยมว้าก..แต่! พอมันมาอยู่บนตาเรา มันไม่สวยอะแก ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำคือ ไปค่ะ! ไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์โดยตรง ดีกว่านั่งเข้าทรงเอาหน้าจอนะคะ และเมื่อได้เข้าพบคุณหมอแล้วสิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดคือ ถามค่ะ ถามให้ละเอียดยิบ จิกแฟนยังไง ถามคุณหมอแบบนั้นไปเลยค่ะ เพราะทุกอย่างมันจะมีผลกับตัวเรา รู้ไว้ดีกว่าไม่รู้ สำคัญมากนะคะ

หลังทำอย่าจิตตก อย่านอยด์



รีวิวบางอันที่เราดูภาพก่อน – หลังทำไมมันสวยจัง! ทำไมมันสวยกว่าชาวบ้านเค้า แต่อย่าลืมนะคะ คนเราผิวช้ำมาก ช้ำน้อย ไม่เท่ากันค่ะ บางคนทำเสร็จแล้วสวยเลย เหมือนนอน ๆ อยู่ตื่นมาก็สวย คือโชคดีไงแก แต่! บางคนตื่นมามีรอยช้ำ โดยอะไรก็ยังไม่รู้ โอกาสช้ำมันก็มี อย่าไปนอยด์ค่ะ ของบางอย่างมันก็ต้องรอเวลาก่อนสวย ต้มมาม่ายังต้องรอสามนาที นี่ศัลยกรรมนะคะซิสรอนิดนึงจะเป็นอะไรไป

เอ้า ! เมื่อรู้ครบเครื่องกันขนาดนี้แล้ว คราวนี้สาว ๆ คนไหนที่อยากจะอัพสวยด้วยการ ทำตาสองชั้น ก็เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แล้วไปโมตาใหม่ ให้ปังกว่าเดิมกันไปเลย รับรองไม่มีพลาดแน่นอนค่ะ

Cr.https://www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/รีวิวตาสองชั้น-เชื่อได้จริงดิ/

4

 
เชื่อหรือไม่ว่าการแก้จมูกในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เรามีเทคโนโลยี นวัตกรรม และเทคนิคที่ดีกว่าเมื่อก่อนมาก!! เพราะอะไร ทำไมหลายคนที่เคยมองหา “เสริมจมูกที่ไหนดี” มาวันนี้ถึงกลายเป็น “แก้จมูกที่ไหนดี” ไปได้??



พลาด! เพราะฟิลเลอร์ (Filler)
ทราบใช่มั้ยคะว่า ฟิลเลอร์มี 2 แบบ คือ แบบชั่วคราว(กลุ่ม Hyaluronic acid) มีอายุการใช้งาน 1-2 ปี สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ กับแบบถาวร เช่น ซิลิโคนหรือพาราฟิน ซึ่งจะคงอยู่ในผิวของเราตลอดไป ไม่สลายไปตามธรรมชาติ แต่ๆๆๆ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม สำหรับทุกคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาแล้ววันดีคืนดีเกิดอยากเสริมจมูกถาวรของจริง ท้ายสุดก็คืองานแก้ของคุณหมออยู่ดี ส่วนวิธีเอาออกก็ไม่ยาก!! ไม่เลาะก็ขูด ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละคนจ้ะ
(คลิปเต็มการแก้ไขจมูกที่เคยฉีดฟิลเลอร์ https://www.youtube.com/watch?v=UdplJCBHDUU)



พลาด! เพราะ option เสริม
ไม่ได้ชี้เป้าว่าเสริมแต่งปลายจมูกเป็นเรื่องผิด หรือไม่ควรทำนะคะ ทำได้.. แต่!! ต้องชั่งใจ หาข้อมูลเชิงลึกประดับสติตัวเองไว้หน่อยนึง ว่าเหมาะกับทรงจมูกของเรารึเปล่า? ที่ใช้เสริมเพื่อดึงโด่งให้ปลายพุ่งช่วยได้จริงมั้ย? มีผลข้างเคียงอะไรตามมาได้บ้าง บลาๆๆ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัสดุของคุณหมอเองด้วยค่ะ เพราะต่อให้วัสดุดี แต่ใช้เสริมผิดประเภท ผิดขนาดไปก็เท่านั้น จมูกพัง ปลายแดง รออยู่ข้างหน้าแล้วค่ะคุ๊ณ


 
พลาด! ที่ซิลิโคน
การใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดภาวะแปลกปลอม อาการแสดงก็ชัดเจนเลยค่ะ เริ่มจากปลายจมูกแดงและเนื้อค่อยๆ บางลง โอกาสทะลุและติดเชื้อก็มีมากกว่าเดิมตามลำดับ ท้ายสุดก็เปิดตัวเห็นแท่งซิลิโคนสวยๆ ไปเลยจ้า!!
กรณีเจอซิลิโคนไม่ได้คุณภาพแบบนี้ ปัญหาที่พูดไว้ก็จะมาไวกว่าชาวบ้านเค้านิดนึง ดีไม่ดีเสริมจมูกมายังไม่ทันข้ามปี ต้องเตรียมหา แก้จมูกที่ไหนดี ซะแล้ว


 
พลาด! เพราะไม่รู้
ในส่วนของความพลาดนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนค่ะ ส่วนแรกคือ คุณหมอ แน่นอนว่าหากคุณหมอเชี่ยวชาญสรีระและโครงสร้างของคนไข้จริง จะทราบดีว่าต้องใช้ซิลิโคนแบบไหน ประเทศอะไร ความโด่งเท่าไร ในภาพตัวอย่าง(ด้านบน) เป็นการใช้ขนาดซิลิโคนเท่ากัน ต่างกันที่ลักษณะจมูก จะเห็นว่าการเสริมด้วยซิลิโคนที่โด่งมากกว่าเนื้อจมูกเดิมที่มี ย่อมเสี่ยงเกิดการทะลุในอนาคตได้ง่ายกว่าคนที่มีเนื้อจมูกเยอะ หรือทรงจมูกยาว ตั้งแต่คิดว่าจะเสริมเลยก็ว่าได้ ส่วนต่อมาคือ ตัวเราเอง เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ถือคติสากลว่า ทำจมูกทั้งทีต้องงานถูกและดีแม้ลึกๆ อยากได้ของฟรีไปเลยก็ตาม! ตรงนี้ใจใครใจมันค่ะ อยากสวยนานไม่เจ็บปวดเยอะ ก็เลือกที่เสี่ยงน้อย มีมาตรฐานเยอะแล้วกันเนอะ

ทุกความผิดพลาดที่กล่าวมาทั้งหมด เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรอกค่ะ เสียเงินทำจมูกทั้งทีก็อยากทำครั้งเดียวจบใช่มั้ยล่ะคะ? แต่ในเมื่อปัญหามันพลาดขึ้นมาแล้ว “แก้จมูกที่ไหนดี” จึงเป็นวลีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งวิธีแก้ก็มีเสริมใหม่ด้วยซิลิโคน ไปจนถึงเทคนิคระดับเซียน เสริมจมูกแบบ Nose Reconstruction ที่สามารถปรับโครงสร้างจมูกทุกรูปแบบให้เป็นในแบบที่ต้องการได้ ..จะ(เจ็บตัว)อีกรอบก็สแกนดีๆ นะคะ ขอให้ได้! (ไม่โดนหลอก)



ตัวอย่างเสริมจมูกแบบ Nose Reconstruction

Cr.www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/แก้จมูกที่ไหนดี-วลีเด็ดแห่งปีของคนเสริมจมูก



5


รีวิวปลูกผม คอนเทนต์สำคัญของคนหัวล้าน ผมบาง รีวิวนั้นสำคัญไฉน ใครหนอใครไม่เคยอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างบ้าง? เพราะสมัยนี้ไปไหนมาไหน ใครๆ ก็เช็คอิน โพสแชร์ประกาศให้โลกรู้! อยากรู้มากก็ต้องอ่านมาก ขยี้ให้มากจะได้โดนหลอกน้อยๆ หนึ่งในรีวิวที่ถูกคลิกอ่านมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “รีวิวปลูกผม” เป็นแน่!! บอกเขาไปว่า ผมร่วง ผมบาง ไม่ใช่เรื่องตลก และบทความนี้ขอทำหน้าที่กระชับ Topic เด็ดๆ โดนๆ ว่าอ่าน รีวิวปลูกผม จบคุณต้องรู้อะไรบ้าง มาค่ะ เข้าโหมดสาระ!

ปลูกผม 2 วิธีสำหรับคนหัวล้าน ผมบาง!!
สำหรับคนที่กำลังเผชิญโมเมนท์ผมร่วง ผมบาง หรือหัวล้านอยู่ คงพอรู้ว่ามีเทคนิคปลูกผมแบบต่างๆ ที่พร้อมเสนอตัวเติมเต็มเส้นผมให้พวกคุณอยู่ แต่คงมีน้อยคนที่จะรู้ว่าการปลูกผมที่ว่ามันมีกี่แบบ แล้วจำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปมั้ย ? อ่านต่อพร้อมทำความเข้าใจกันเลยค่า



1. ปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction)

คือการปลูกผมที่ไม่ต้องผ่าตัด เป็นการปลูกผมแบบไร้รอยแผล เพราะใช้การดึงเซลล์รากผมแบบทีละเส้น ซึ่งต่างกับการปลูกผมแบบ FUT ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบยกเอาบริเวณผมที่ต้องใช้ออกมาทั้งหมด โดยใช้นวัตกรรมการเจาะแบบ Twist ทำให้การเจาะเข้าไปในผิวมีความอ่อนโยน ไม่ทำร้ายเซลล์รากผม และเก็บรากผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



2. ปลูกผมแบบ FUT (Follicular Unit Transplantation)

เป็นการปลูกผมแบบผ่าตัดเล็ก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปลูกผมมากกว่า 2,500 กราฟขึ้นไป ซึ่งดีกว่าการปลูกผมแบบ FUE ตรงที่ใช้เวลาการผ่าตัดน้อย เพราะไม่ต้องใช้เวลาเจาะเซลล์รากผมออกทีละอัน ทั้งยังได้ปริมาณรากผมที่มากกว่าด้วย แน่นอนว่าระหว่างการผ่าตัดปลูกผมเราจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย ต้องขอบคุณนวัตกรรมที่เรียกว่า ยาชา ตัวช่วยที่ดีที่สุดของทุกคนค่ะ

กระตุ้น 2 วิธี แด่เส้นผมที่ขาดความแข็งแรง!!
ของมันมีนะคะ!! รู้กันรึยัง ณ จุดๆ นี้ไม่ต้องรอผมร่วงจนหัวล้านก็เติมความแข็งแรงให้เส้นผมได้แล้วค่ะคู๊ณ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ชอบเติมสีสันลงเส้นผมกันทั้งนั้น ยังไม่รวมพวกชอบดัด ตัด แต่ง อีกนะ เบื่อๆ ก็เปลี่ยนแต่ลืมเช็คว่าเส้นผมตัวเองอ่อนแอ เปราะบางไปแค่ไหน อะ.. ไปเติมเต็มสุขภาพดีๆ คืนความแข็งแรงตอบแทนเส้นผมกันเร้วว



 1. Fresh Cell Therapy

การทำ Fresh Cell Therapy เป็นเทคนิคช่วยกระตุ้น Stem Cell ที่มีอยู่ในรากผมเป็นจำนวนมากให้เกิดการแบ่งตัวและสร้างใหม่ของหลอดเลือด บำรุงการงอกใหม่ของเส้นผม ทดแทนเส้นผมเก่าที่หลุดร่วงไป โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาจนมองเห็นก่อน คนที่ต้องการอยากฟื้นฟูเซลล์ผมให้แข็งแรง เติมสีผมดกดำอย่างเป็นธรรมชาติ ก็ทำได้!! แนะนำเลยค่ะ เทสีผสมจากสารเคมีกันได้แล้ว!!



2. Dermis Cool Hair Treatment

นวัตกรรมนำวิตามินเข้าสู่หนังศีรษะด้วยประสิทธิภาพฟื้นฟูลึกถึงรากผม ใช้หลักการบำบัดด้วยแสงสีแดง (Cool Mesoporation และ Light Therapy) ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นและเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณหนังศีรษะไปพร้อมกัน ทั้งยังช่วยป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้ทำได้สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เบาๆ คืนความสุขให้หนังศีรษะเหมือนหนัง(ผิว)หน้าบ้างจะเป็นไรไป
อ่านมาจนถึงตรงนี้ หวังว่าจะได้สาระเรื่องปลูกผมกันไปไม่มากก็น้อยเนาะคุณเนาะ เรื่องหัวล้าน ผมบาง ไม่ใช่เรื่องน่าอายค่ะ อายุมากขึ้นใครๆ ก็ต้องเจอ หนีไม่พ้นเลี่ยงไม่ได้ เผลอๆ อาจเจอปัญหาก่อนวัยเพราะมัวจิ้มสีใส่เส้นผมกันทุกไตรมาสนี่แหละ! จะทำอะไรก็เช็คสภาพเส้นผมตัวเองก่อนบ้าง บำรุงนิดกระตุ้นหน่อย ตอบแทนหลังคาน้อยๆ ของตัวเองนะออเจ้า



Cr.www.thaihairmaster.com/รีวิวปลูกผม-คอนเทนต์สำคัญของคนหัวล้าน-ผมบาง/

6
ผู้หญิงกับเมคอัพเป็นของคู่กัน ขอให้แยกออกจากกันก็คงยาก! หากวันใดสาว ๆ ไม่ได้แต่งหน้าก็เหมือนความมั่นใจในเบ้าหน้าเท่ากับศูนย์ OMG! ฉันไม่กล้าไปพบเจอใครทั้งนั้น! จะไปซื้อข้าวหน้าปากซอยแต่ละทียังคิดหนัก ยิ่งสาว ๆ ที่มีปัญหาใบหน้าไม่ได้รูป ไม่สมส่วน หรือหน้าตอบ ยิ่งจำเป็นต้องใช้เมคอัพอำพรางปัญหาเหล่านี้อย่างแน่นอน วันนี้เรามี 3 เทคนิคแต่งหน้า แก้หน้าตอบมาฝากกันค่ะ

3 เทคนิค แก้หน้าตอบ ด้วยพลัง Make Up

1. ปัดแก้มที่มีชิมเมอร์วิบวับ



การปัดแก้มด้วยเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของชิมเมอร์ จะทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่งเป็นประกาย แก้หน้าตอบ ให้สาว ๆ ได้แถมยังทำให้ใบหน้าดูมีมิติสวยใสบริ๊งค์บริ๊งค์อีกด้วยนะแกร!

2. ลาก่อนคอนทัวร์

สำหรับสาวหน้ากลมคอนทัวร์แบบจัดหนักคงเป็นเพื่อนรักที่ต้องใช้ทุกครั้งเวลาเมคอัพ แต่สาว ๆ หน้าตอบทั้งหลายคงต้องกู๊ดบายคอนทัวร์กันแล้วค่ะ เพราะยิ่งคอนทัวร์กรอบหน้าก็จะยิ่งชัดและทำให้ดูหน้าตอบมากขึ้นไปอีก ถ้าตัดใจโบกมือลาคอนทัวร์ตั้งแต่ตอนนี้ก็สามารถ แก้หน้าตอบได้แล้วค่ะซิส!

3. ปากและตาสีอ่อนแค่นี้ก็ชนะเลิศ



การทาปากสีเข้มฉูดฉาดและการแต่งดวงตาทาอายแชโดว์ที่มีสีเข้มมากเกินไป จะยิ่งทำให้ใบหน้าดูแห้งตอบไปกันใหญ่ค่ะ ดังนั้นควรแต่งดวงตาและปากที่มีสีโทนอ่อน เช่น สีชมพูหรือสีพีซส้ม จะช่วย แก้หน้าตอบ และทำให้ใบหน้าดูมุ๊งมิ๊งหวานมีมิติอีกด้วยนะคะ



แต่ถ้าสาว ๆ คนไหนเบื่อที่จะต้องมาคอยเมคอัพอำพรางหน้าตอบทุกวัน อยากตื่นมาแล้วสวยเลยหรือล้างเครื่องสำอางออกแล้วก็ยังสวย การเติมไขมันที่ใบหน้าหรือ Fat Transfer ก็เป็นวิธี แก้หน้าตอบ ที่ฮิตสุด ๆ ในเวลานี้เลยค่ะ แถมเสกหน้าให้สวยใสฟูฉ่ำวาวแบบถาวรและปลอดภัย สวยครบจบแบบโนสนโนแคร์เครื่องสำอางได้เลยค่ะ



CR. www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/3-เทคนิค-แก้หน้าตอบ-ด้วยพลัง-make/


7
การย้อมสีผมเป็นหนึ่งสิ่งที่ช่วยแปลงโฉมเปลี่ยนลุคให้กับสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่ต้องการเปลี่ยนเฉดสีผมเติมสีสันให้สวยงาม นอกจากการเลือกสีผมให้เหมาะสมกับผิว จะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างสดใสขึ้นแล้ว การทำสีผมยังเป็นเทรนด์แฟชั่นที่หลายคนพลาดไม่ได้



หากคิดที่จะเปลี่ยนสีผมแต่ไม่อยากให้ผมเสียชี้ฟู วันนี้เรามี 4 เคล็ดลับ บำรุงผม หลังทำสี เพื่อเป็นการฟื้นฟูดูแลให้เส้นผมกลับมานุ่มสลวยมาฝากกันค่ะ
 

1. น้ำเย็นดีที่สุด
หลังจากทำสีผมแล้ว ควรล้างทำความสะอาดผมด้วยน้ำเย็น เพราะหลังทำสีผมเส้นผมจะอยู่ในช่วงเปราะบาง และหากใช้น้ำอุ่นจะทำให้สีผมใหม่ที่เพิ่งย้อมหลุดออกได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรงดการใช้น้ำอุ่นหันมาใช้น้ำเย็นกันก่อนดีกว่านะคะ



2. มาอบไอน้ำกันเถอะ
โดยปกติแล้วหากไม่ได้ทำสีผม เส้นผมจะไม่แห้งเสียเมื่อเทียบกับผมที่ผ่านการย้อม ทำให้ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษมากนัก แต่หลังจากทำสีผมมาแล้ว เส้นผมที่ผ่านสารเคมีมักบอบบาง เปราะขาดง่าย วิธีการอบไอน้ำเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เส้นผมที่แห้งเสีย ชี้ฟูและขาดง่าย กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งค่ะ



3. ทรีตเม้นต์บำรุงผม
แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเวลาเข้าร้านทำผมเพื่อไปอบไอน้ำแล้วล่ะก็ การทำทรีตเม้นต์ เป็นอีกวิธีดูแลผมแห้งเสียจากการทำสีให้กลับมานุ่มสลวย เดี๋ยวนี้มีทรีตเม้นท์บำรุงผมมากมายหลายสูตร ไม่ต้องเข้าร้านทำผมก็ฟื้นฟูผมเสียได้ค่ะ

4. เล็มผมออกซะบ้าง
หลังจากทำสีผมแล้ว อาจเกิดผมแตกปลายมากกว่าปกติ ดังนั้นการเล็มปลายผมออกประมาณ 1 นิ้ว จะช่วยลดผมเสียที่แตกปลายและยังช่วยให้เส้นผมที่แข็งแรงขึ้นเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ



ที่สำคัญคือควรทิ้งช่วงจากการทำสีผมอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อให้เส้นผมและหนังศีรษะได้พักฟื้นบ้างค่ะ แต่สำหรับใครที่มี ปัญหาเส้นผมเปราะบาง ไม่แข็งแรงและขาดหลุดร่วงง่าย ต้องการการบำรุงผมอย่างเร่งด่วน Hair Booster Essence บริการทรีตเม้นท์ฟื้นฟูบำรุงผมอย่างล้ำลึกช่วยคุณได้ค่ะ

cr. www.thaihairmaster.com

8
ศัลยกรรมในปัจจุบันมีการเปิดกว้างและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ใครไม่สวย จุดไหนขาด จุดไหนพร่องก็เติมแต่งได้ ส่วนไหนที่ไม่พอใจศัลยแพทย์ก็สามารถรังสรรให้ออกมาสวยงามได้ในพริบตา เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีความฝันที่อยากจะแปลงโฉมตัวเอง Make Over ให้สวยปังตั้งแต่หัวจรด วันนี้เราเลยมาแนะนำให้ฟังกันว่า หากคุณต้องการ ศัลยกรรม ตั้งแต่หัวจรดเท้าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง ลุยค่ะ!



1. เตรียมข้อมูล การเข้ารับการศัลยกรรมใด ๆ ทั้งสิ้นควรจะหาข้อมูลและทำความเข้าใจกับมันก่อนนะคะ โดยจะต้องเข้าปรึกษากับคุณหมออย่างละเอียดสุด ๆ เพราะการศัลยกรรมแต่ละประเภทมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน หากจะทำหลาย ๆ ส่วนพร้อมกันต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนและการพิจารณาของคุณหมอด้วยค่ะ



อีกอย่างคือถ้าอยากจะ ศัลยกรรม ทั้งตัว

แปลงร่างเป็นคนใหม่แล้วล่ะก็ คุณจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่สามารถศัลยกรรม ให้คุณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เช่นเดียวกับ Masterpiece Hospital ของเราที่สามารถเนรมิตคุณให้สวยให้สุด..ในแบบของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ศัลยกรรมปลูกผม ใบหน้า ทรวงอก แขนขา จนไปถึงน้องสาวเราก็เสกให้คุณสวยครบจบในที่เดียวได้ค่ะ

 

2. เตรียมเงิน ข้อมูลพร้อมแต่กระเป๋าสตางค์ไม่พร้อมก็จบนะคะ ซึ่งศัลยกรรม 5 จุดหลัก ๆ ที่ทำแล้วเรียกได้ว่าเปลี่ยนชีวิตเลยทีเดียว ได้แก่ เสริมจมูกทำตาสองชั้น เสริมคาง ปากกระจับ และ เสริมหน้าอก โดยรวมจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 150,000-300,000 บาท

แต่มีเงินอย่างเดียวก็คงไม่พอ สาว ๆ ทั้งหลายยังต้องรู้จักคิดเปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ ที่ เพื่อความประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในสามโลก เหนือสิ่งอื่นใดก็ต้องเลือกสถานที่ที่ปลอดภัยได้มาตรฐานด้วย ถ้ามัวแต่เน้นถูกแล้วออกมาพัง เสียเงินซ้ำสองคงต้องนอนร้องไห้กันแน่นอน

 

3. เตรียมตัว เมื่อตกลงปลงใจเรียบร้อยแล้วก่อนเข้ารับการศัลยกรรม ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนใหญ่จะเป็นการงดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 – 4 สัปดาห์ก่อนทำ ในการผ่าตัดบางอย่างอาจต้องมีการงดอาหารร่วมด้วย ยังไงก็สอบถามข้อมูลกันให้เรียบร้อยนะคะ

4. เตรียมใจ ในการศัลยกรรม เราสามารถทำหลายอย่างได้ในวันเดียวกัน โดยเฉลี่ยแล้วควรอยู่ที่ 3-5 อย่างเท่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอในการประเมิน เพราะในการผ่าตัดแล้วหากเสียเลือดมากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ค่ะ ดังนั้นสภาพจิตใจของคนไข้จึงเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน

สาว ๆ คนไหนเตรียมพร้อมทุกข้อแล้วก็สามารถเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้แล้ววันนี้ ที่ Masterpiece Hospital และจดจำไว้เสมอว่า เจ็บครั้งนี้เพื่อความสวยที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณไปตลอดกาล!!

 
 

Cr.www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/ศัลยกรรม-ตั้งแต่หัวจรดเท้าเตรียม/


9
รีวิวเสริมหน้าอก เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ สำหรับสาว ๆ ที่คิดอยากจะเสริมหน้าอก แต่การอ่านรีวิวเยอะ ๆ ก็ใช่ว่าจะดีไปหมดทุกอย่างนะจ๊ะ เป็นสาวยุคใหม่ต้องมีสตางค์ พร้อมมีสติด้วย ไม่ใช่ตามรีวิวบอกไว้ยังไง ก็ว่าตามนั้นนะคะซิส ต้องมีการคัดกรองข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ร่วมด้วย วันนี้เราจะมาช่วยเทรนด์สาว ๆ ดึงสติซักนิด ก่อนการเสริมหน้าอก ว่ารีวิวไหนควรเชื่อ รีวิวไหนควรแบนกันจ๊ะ

ต้องอ่าน! รีวิวเสริมหน้าอก แบบไหน ถึงจะดี?
รีวิวแอบแฝงจากเอเจนซี่


อยากจะอ่าน รีวิวเสริมหน้าอก ซักที ก็อยากอ่านอะไรที่มันดูเรียล ดูจริงเนอะ ถ้ามาเจอรีวิวประเภทที่ว่า “พี่เอ(นามสมมุติ)ดูแลดีมากเลยค่ะ เข้าไปเป็นเพื่อนยันห้องผ่าตัด ดูแลดียิ่งกว่าแฟนอีก ติดต่อพี่เอที่เบอร์…ได้เลยนะคะ” เอาเป็นว่าถ้าสาว ๆ อ่านรีวิวแล้วเจอการอวยแบบไม่ลืมหูลืมตา ประโยคแนว ๆ นี้ พับหน้าจอไปได้เลยค่า เพราะรีวิวแบบนี้ เค้าไว้หลอกล่อสาว ๆ ให้ซื้อคอร์สกับเอเจนซี่โดยเฉพาะ เค้าดูแลดีจริงหรือเปล่า จะโกงราคาหรือไม่ ก็รับประกันไม่ได้หรอกค่า ทางที่ดีติดต่อกับทางคลินิกหรือโรงพยาบาลโดยตรงจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่า รีวิวแบบนี้ควรแบนนะคะ

รีวิวที่เห็นหน้าอกชัดเจน



ใครที่อยาก เสริมหน้าอก เวลาดูรีวิวก็อยากรู้ใช่มั้ยล่ะคะ ว่าหน้าอกเราทำออกมากี่ซีซี ถึงดูสวย เวลาใส่เสื้อในสวยมั้ย เวลาใส่ชุดธรรมดาสวยหรือเปล่า ถ้าจะให้ดีแผลหลังเสริมหน้าอกเป็นยังไงรีวิวแบบนี้ถือว่าเป็นรีวิวที่ดีค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยให้สาว ๆ นึกภาพหน่มหน๊มของตัวเองว่าควรเสริมขนาดเท่าไหร่ออกแล้ว ก็ยังรู้ได้อีกค่ะว่าเสริมแบบไหนถึงใส่เสื้อผ้าแล้วดูดี ดูสวย ยิ่งเห็นแผลหลังทำยิ่งดีค่ะ เพราะจะได้รู้ว่าแพทย์ที่นี่เย็บแผลดีหรือเปล่า

รีวิวที่บอกรายละเอียดเย๊อะเยอะ



รีวิวที่บอกรายละเอียดเย๊อะเยอะ บอกไปหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ ขนาดหน้าอกที่จะเสริม ยี่ห้อ พื้นผิว ยาที่ใช้กิน คุณหมอที่ทำ มีวิสัญญีแพทย์มั้ย สถานที่ที่จะไป มีภาพทั้งก่อนทำ และหลังทำให้เห็นชัดเจน บอกถึงขนาดการดูแลหลังทำ รีวิวแบบนี้ถึงจะยาวมาก อ่านจนเหนื่อยไปซะหน่อย แต่รีวิวแบบนี้ควรเชื่อค่ะ เพราะเป็นรีวิวที่เป็นประโยชน์ต่อการเสริมหน้าอก ทั้งก่อนทำและหลังทำ สามารถนำมาประยุกต์กับตัวเองได้ด้วยไงล่ะจ๊ะ

รีวิวที่ผิดพลาดจากการเสริมหน้าอก



อ่านรีวิวดี ๆ มาเยอะ รีวิวแย่ ๆ ก็ต้องอ่านค่ะ! เพราะรีวิวที่แย่จะช่วยให้เราเลือกที่ที่จะไปลงมีดเสริมหน้าอกได้ง่ายขึ้น อย่างที่ไหนที่โดนแหกเยอะ ทำนมออกมาเบี้ยว เป็นหนอง ติดเชื้อ ทะลุ ที่แบบนี้ควรวิ่งหนีไปให้ไกล อย่าคิดว่าเราจะโชคดี ทำออกมาแล้วมีหน้าอกสวยได้ไม่มีปัญหา บอกเลยค่ะความโชคดีแบบนั้น มีแค่ 1 ใน 1000 เท่านั้นแหละค่ะ ฉะนั้นอ่านรีวิวที่มีคนทำมาแล้วพลาดไว้เยอะ ๆ จะได้รู้ว่าคลินิกไหนดี คลินิกไหนยี้กันนะซิส
อ่านจบแล้ว หวังว่าจะช่วยดึงสติให้สาว ๆ ได้บ้างนะจ๊ะ แต่ถ้าอ่านรีวิวมาเยอะแล้ว แต่ยังไม่ชัวร์แนะนำให้เข้าไปปรึกษาคุณหมอ ดูสถานที่ สภาพแวดล้อมว่าดี สะอาดได้มาตรฐานหรือไม่ ไปเลยดีกว่าค่ะ อย่างที่มาสเตอร์พีซ คลินิก ยินดีให้สาว ๆ เข้าปรึกษากันได้แบบฟรี ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย จะได้มาศึกษากันแบบเต็มที่ ว่าที่นี่ดีแค่ไหนกันค่า

cr. www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/ต้องอ่าน-รีวิวเสริมหน้าอก-แบบไหน-ถึงจะดี

10
ไอเท็มเด็ดอุปกรณ์ดังที่เหล่าสาว ๆ ผู้มี ตาสองชั้นหลบใน นิยมใช้ในการเพิ่มชั้นตาให้ชัดเป๊ะกันก็คือ เทปติดตาหรือสติกเกอร์ตาสองชั้น ใช่มั้ยล่ะคะ? แต่สาว ๆ รู้หรือไม่ว่าการติดอุปกรณ์เพื่อเพิ่มชั้นตาอยู่เป็นประจำ จนไม่มีโอกาสให้หนังตาของเราได้ผ่อนคลายเลยนั้นจะส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตาเกิดพังผืด จนก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาของเราได้ในอนาคตนะคะ





รู้อย่างนี้แล้ว คงได้เวลาโบกมือลาสติกเกอร์ตาสองชั้น แล้วมาแก้ปัญหา ตาสองชั้นหลบใน แบบถาวรด้วยวิธีนี้กันดีกว่าค่ะ บอกเลยว่า ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ปลอดภัยและเห็นผลที่ชัดเจนสุด ๆ นั่นก็คือ การ ศัลยกรรมทำตาสองชั้น

แก้ ตาสองชั้นหลบใน แถมตาหวาน ๆ คู่ใหม่ให้ด้วย!


เดี๋ยวนี้ใครที่ไม่รู้จักการ ทำตาสองชั้น ขอนับว่าเอ้าท์สุด ๆ เลยนะคะ เพราะถือเป็นศัลยกรรมสุดฮิตอันดับต้น ๆ ของเหล่าสาวไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งในการผ่าตัด ทำตาสองชั้น แพทย์จะเลเซอร์กรีดปากแผลบริเวณเปลือกตาบน จากนั้นจึงทำการผ่าตัดผ่านกล้อง (Microscopic) เย็บกล้ามเนื้อเพื่อสร้างชั้นตาที่สวยงามและชัดเจนให้กับเรา

นอกจากการทำตาสองชั้นจะช่วยแก้ ตาสองชั้นหลบในได้จริงแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีหนังตาตก ชั้นตาไม่เท่ากัน และตาชั้นเดียวได้อีกด้วยค่ะ

ทำตาสองชั้น ไม่เจ็บ ไม่บวม ไม่ต้องพักฟื้น



ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่าที่ Masterpiece Hospital ของเรามีทีมแพทย์เฉพาะทางที่สามารถเนรมิตดวงตาคู่ใหม่ให้มีชั้นตาชัดเป๊ะ สวยปัง และเหมาะสมให้กับทุกท่านได้ ที่สำคัญคือ ทางเรามีเทคนิคพิเศษช่วยให้ไม่เจ็บ ไม่บวม และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเลยค่ะ เรียกได้ว่า ทำปุ๊บสวยปั๊บ และแก้ปัญหา ตาสองชั้นหลบในได้ชัวร์!



จบ ปัญหาตาสองชั้นหลบใน ด้วยตัวคุณเองได้แล้วที่ Masterpiece Hospital กับโปรโมชั่นสุดปังเสกตาสองชั้นหวาน ๆ เกร๋ ๆ ในราคาเพียง 35,000 บาท เพื่อชั้นตาที่สวยคมชัดอยู่คู่กับคุณไปอีกนานแสนนาน




11
อยาก “ลดโหนกแก้มใหญ่” ต้องทำยังไง.. แล้วต้องบินไปทุบโหนกไกลถึงแดนดิบหรืออยู่แดนปลาเผาบ้านเราก็ทุบโหนกได้? ปักหมุดเรื่องพวกนี้ไว้ในใจก่อนค่ะ เพราะก่อนจะไปทุบโหนกเหลาหน้ากันจริงๆ ลองกลับมาเช็คปัญหาดูก่อนว่าจุดที่ทำให้เราต้องเฟลจนเสียความมั่นใจ เป็นเพราะปัญหาโหนกแก้มใหญ่จริงหรือเปล่า??




ตามหลักการวัดสัดส่วนบนใบหน้า หลายคนคงรู้บ้างแล้วว่าต้องแบ่งสัดส่วนตามแนวยาว 5 ส่วน คือ

1.ข้างแก้มซ้ายถึงหางคิ้วซ้าย
2.หางคิ้วซ้ายถึงหัวคิ้วซ้าย
3.ปีกจมูกซ้ายถึงปีกจมูกขวา
4.หัวคิ้วขวาถึงหางคิ้วขวา
5.หางคิ้วขวาถึงข้างแก้มขวา

ซึ่งบริเวณตั้งแต่หางคิ้วไปจนถึงบริเวณข้างแก้ม(หรือแนวกรอบหน้า) คือจุดที่กำหนดและบ่งบอกความกว้างของใบหน้าเรา แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีอาณาจักร เอ้ย! พื้นที่ของโหนกแก้มที่ไม่เหมือนกัน แต่จะเหมาะกับการลดโหนกแก้มรึเปล่านั้น ลงมาเช็คกันต่อเลยจ้า

How to Check! ต้อง ลดโหนกแก้มใหญ่ ?

ลองหารูปหน้าตรงของตัวเองหรือจะเซลฟี่ขึ้นมาใหม่ก็ย่อมได้มา 1 ภาพ แต่ขอแบบไม่มโนเข้าข้างตัวเองหน่อยนะจ้ะ ได้แล้วก็เริ่มแบ่งสัดส่วนใบหน้าออกมาเป็นข้างละ 3 ส่วน(ตามซันไช่) คือ
ส่วนที่ 1 บริเวณหัวตา ถึง บริเวณกลางดวงตา
ส่วนที่ 2 บริเวณกลางดวงตา ถึง บริเวณหางตา
ส่วนที่ 3 บริเวณหางตา ถึง บริเวณโหนกแก้ม (ตำแหน่งที่ยื่นออกมากที่สุด)


เช็คแล้วพบว่า : ส่วนที่ 3 แคบกว่า ส่วนที่ 2

หมายความว่า โหนกแก้มของคุณไม่ได้ใหญ่เลย ตรงกันข้ามอาจมีขนาดเล็กหรือแคบเกินไปด้วยซ้ำ แต่หากคุณโอเคกับไซซ์ประมาณนี้แล้วก็ไม่ต้องเก็บมาวิตกเป็นปัญหาค่ะ โดยรวมแล้วถือเป็นกรอบหน้าในฝันของหลายๆ คน แต่ข้อเสียของความแคบนี้อาจทำให้ดูหน้าตอบ ฝ่อ จนดูไม่สดใสได้ ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ฉีดไขมัน ไปจนถึงผ่าตัดเสริมโหนกแก้มได้ค่ะ

เช็คแล้วพบว่า : ส่วนที่ 3 กว้างกว่า ส่วนที่ 2

หมายความว่า โหนกแก้มของคุณใหญ่จริงค่า (โอ๋ๆๆ อย่าเพิ่งร้อง อ่านให้จบก่อนเรามีวิธีแก้ให้) หากกว้างเกินส่วนที่ 2 ไปไม่มากยังถือว่าโหนกใหญ่ในระดับปกติ แต่หากวัดแล้วได้ส่วนที่ 3 กว้างกว่าส่วนที่ 2 ไปเกือบเท่า โปรดรู้ไว้ว่าโหนกแก้มใหญ่ที่แท้ทรูมีอยู่จริง #แอนนี่เวย์ วิธีแก้ไขก็ยังมีหลายระดับตามความเหมาะสม

ฟิลเลอร์ (Filler) ตรงบริเวณจุดใต้ลงมาของโหนกแก้มที่สูงชัดเจน เป็นการเติมเพื่อให้โหนกแก้มดูเล็กลง ลดความแข็งของใบหน้าให้ดูซอฟลง
เมโสแฟต (Meso Fat) เหมาะกับคนที่มีปัญหาหน้าใหญ่หน้าบานจากไขมันเป็นที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่มีไขมันสะสมอยู่มากเหมือนกันนะ เพราะถ้ามีไขมันนิดหน่อยฉีดไปอาจได้แค่เจ็บตัวฟรีเปล่าๆ
โบท็อกซ์ (Botox) อยากลดโหนแก้มใหญ่เพราะปัญหากล้ามเนื้อ ก็ต้องร้องขอโบท็อกซ์นี่แหละค่ะคู๊ณ!! โบท็อกซ์จะช่วยเยียวยาทุกอย่าง ข้อเสียอย่างเดียวคือไม่คงทนถาวร นอกนั้นปลอดภัยสบายใจได้ ปล.ต้องเป็นของแท้และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริงๆ ด้วยนะคะ แต่ก็นะ โบท็อกซ์ไม่ใช่ยาวิเศษเสมอไป เพราะถ้าคุณโหนกแก้มสูงใหญ่จากกระดูก เชิญสไลด์ไปอ่านข้อต่อไปจ้า..
ผ่าตัดทุบโหนกแก้ม/กรอกระดูกโหนกแก้ม (Cheekbone Reduction Surgery) เลเวลขั้นสุดของคนอยากลดโหนกแก้มเลยค่า เพราะต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นมากกว่าชาวบ้านเค้าหน่อยนึง แต่ก็เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากๆ โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีบ้านเขาเลยนะ
 

เชื่อเถอะค่ะว่าหมอไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก และปัญหามีไว้ให้แก้แต่โหนกแก้มแย่ๆ บางทีอาจไม่ได้มีไว้ให้ทุบเสมอไป จะทำอะไร อยากลดโหนกแก้มที่ไหน เช็คก่อนให้ดี เพิ่มความมั่นใจอีกหน่อยก็เข้าไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเลยค่ะ ที่มาสเตอร์พีซ คลินิก มีบริการปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำและวิธีแก้ปัญหาอย่างตรงจุดรออยู่แล้ว ไปค่ะ!!


12
ทำตาสองชั้นที่ไหนดี เคยเป็นไหม ? เบื่อที่ต้องคอยแปะสติกเกอร์เพิ่มชั้นตา หรือตื่นมากรีดอายไลเนอร์หนาๆ ก่อนออกจากบ้านทุกวัน พอคิดจะเทวิธีเดิมๆ หันมาศัลยกรรมทำตาสองชั้น ก็ไม่รู้อีกว่าต้องเริ่มยังไง  จะมีชั้นตาสวยๆ ทั้งทีต้องเช็คอะไร อ่านตรงไหนบ้าง เพราะการผ่าตัดศัลยกรรมอาจไม่ได้สวยปังอย่างที่คิดก็ได้ ถ้าคุณหลุด! มองข้ามลิสต์เหล่านี้



ทำตาสองชั้นที่ไหนดี เรามีวิธีดังนี้
1. ถามผู้รู้ที่เคยทำตาสองชั้นมาก่อน

วาร์ปออกจากโลกออนไลน์มาแปปนึง สแกนคนข้างๆ ที่เคยผ่านงานศัลยกรรมตาสองชั้นแล้วถามเลยค่ะ ทำตาสองชั้น ที่ไหนมา ทำกับคุณหมออะไร เชื่อว่าคนที่เคยทำตาสองชั้นมาส่วนใหญ่พร้อมที่จะแชร์เรื่องราวดีๆ ของตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าฟังแล้วต้องให้สมองทำงานคิดตามไปด้วย เม้าท์เรื่องความสวยทั้งทีเม้าท์ทีหลายๆ คนค่ะ แชร์หลายๆ มุม จะได้อะไรเกินกว่าที่คิดอีกเยอะ!!



2. กลับมา online หาข้อมูลเพิ่ม

ฟังประสบการณ์จากคนที่เคย ทำตาสองชั้น จริงๆ แล้ว ก็ได้เวลาใช้สายตาสแกนอ่านประสบการณ์และข้อมูลจากคนอื่นเพิ่มด้วย เจองานดีๆ ก็ให้ลองขยี้ค้นหาผลงานต่อไปอีกสักหน่อย บอกเลยว่างานนี้ไม่ได้อ่านจบเลือกเสร็จภายในวันเดียวแน่ อยากสวยนานสวยยาวอย่าใจร้อนค่ะซิส! ถ้าอยากทำจริงๆ ยังไงๆ ก็ได้เสียเงินแน่ แต่จะจ่ายทั้งทีก็เลือกดีๆ ให้พูดได้เต็มปากว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป



3. ส่องสถานที่+รีวิวความพอใจ

เรื่องสถานที่ที่จะไปทำ เชื่อว่าหลายคนคงไม่ลืมที่จะให้ความสนใจก่อนที่จะตัดสินใจ ทำตาสองชั้น แน่นอน แต่ขอบอกไว้เผื่อสำหรับใครที่เผลอใจไปกับราคา(ถูก)มากกว่าคุณภาพที่ควรจะได้รับ ยิ่งสมัยนี้ที่การแข่งขันด้านศัลยกรรมความงามสูงมาก สำหรับผู้ใช้บริการอย่างเรายิ่งต้องสแกนให้หนัก ฟังหูไว้หูแล้วเข้าไปเช็คอินสถานที่จริง สภาพแวดล้อมจริงๆ ..สะอาดจริงไหม บริการประทับใจจริงเปล่า??



4. ไปพบหมอตัวจริงเสียงจริง!

รู้จักทั้งชื่อจริง นามสกุล ตลอดจนทักษะความชำนาญจากกระทู้ที่พวกเขาเล่ากันมาแล้ว เหลืองานท้าพิสูจน์ by myself จ้า!! รวบรวมความกล้าแล้วนัดปรึกษาคุณหมอแบบตัวเป็นๆ กันไปเลย จะได้รู้สไตล์ว่าหมอกับเราจูนกันติดไหม รวมถึงความตรงไปตรงมา จริงใจที่จะช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์คำถามที่ว่า “ทำตาส องชั้นที่ไหนดี” เควสชั่นมาร์ค (?) ของเราได้จริงไหม

ทำตาสองชั้นที่ไหนดี.. อย่างที่บอกค่ะว่าไม่ต้องรีบ ได้เสียเงินสมใจแน่นอน แต่จะเป็นการเสียเงินที่คุ้มค่าหรือเปล่านั้น ความสมบูรณ์แบบเกือบทั้งหมดก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองตั้งแต่แรกเลยก็ว่าได้ อยากศัลยกรรมสวยจบครั้งเดียวใครว่าเป็นไปไม่ได้

Cr.Masterpiece Hospital


13
ดูดไขมัน กำจัดส่วนเกิน คงเป็นเรื่องที่เราได้ยินกันบ่อยขึ้นในยุคนี้นะคะ อยากมีหุ่นดี อะไรๆ มันช่างดูง่ายแสนง่ายไปซะหมด อยากดัด อยากตบส่วนไหนให้ยุบ ก็เลือกคุณหมอให้ดีและบอกเขาไปเป็นอันจบ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น รู้กันรึยังว่าไขมันที่ใครๆ ต่างพากันยี้! ยังเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการอยู่นะจ๊ะ แต่ต้องอยู่ให้เป็นที่เป็นทางตามดีไซน์ที่เหมาะสมเท่านั้นเอง




1. ดูดไขมัน ยิ่งเยอะยิ่งดี จริงหรอ ?
วิถีเอาคุ้มเข้าว่า ไม่ได้ช่วยให้รูปร่างผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดูสวยงามมากขึ้นเลยนะคะ การดูดไขมัน ที่ดีคือการดูดให้พอดีกับลักษณะรูปร่าง ผ่านการวิเคราะห์ร่วมกับลักษณะโครงสร้างของแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้รู้จริงอย่างคุณหมอรู้ดีที่สุด! แบบนี้ในทางแพทย์จะเรียกว่า Body Sculpting Surgery หรือ การปรับแต่งรูปร่างให้สมส่วน ซึ่งคุณหมอจะเป็นคนกำหนดจุดที่จะดูดไขมันออกเป็น 3 ตำแหน่ง คือ
• จุดที่ต้องดูดไขมันออกมาก
• จุดที่ต้องดูดไขมันออกน้อย
• จุดที่ห้ามดูดไขมัน

เพื่อดีไซน์รูปร่างใหม่ให้ออกมาสมส่วนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะถ้าดูดออกมากเกินไป ก็อาจทำให้ผิวบุ๋มได้ในตอนท้าย หรือถ้าดูดออกมาน้อยเกินไป ก็อาจทำให้ดูไม่กระชับเท่าที่ควร ใช่ว่าจะดูดออกกันได้ตามใจชอบนะยูว์



2. ดูดไขมันคือการกำจัดไขมันออกทั้งหมด ?
อย่างที่บอกค่ะว่าไขมันที่แค่เราได้ยินชื่อก็พากันผวาเนี่ย จริงๆ แล้วเป็นสิ่งจำเป็นในบางจุด บางตำแหน่งอยู่นะคะ การสะสมตัวของไขมันส่วนเกิน (เซลลูไลท์) จะเกิดขึ้นที่บริเวณระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อ และมักเกิดขึ้นที่ต้นขา ขอบเอว สะโพก ต้นแขน หรือหน้าท้อง ซึ่ง วิธีดูดไขมัน ถือเป็นการช่วยกำจัดไขมันและจัดเรียงไขมันใหม่ไปพร้อมกัน พูดให้ง่ายคือไขมันส่วนเกินจะถูกดูดออกเท่าที่จำเป็น และคงเหลือไว้บางส่วนตามความเหมาะสม โดยคุณหมอจะทำการจัดเรียงไขมันที่คงอยู่นั้น ให้อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น เพื่อสร้างส่วนโค้งเว้าให้ได้สัดส่วนของแต่ละคนค่ะ


3. เดจาวู! ไขมันสะสมจุดเดิมที่เคยดูดออกก็ได้ ?
เรื่องธรรมชาติ เนเจอร์มากๆ ค่ะ อย่าลืมนะคะว่าไขมันเหล่านั้นมาจากสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน ฉะนั้นตราบใดที่เรายังรับประทานอาหารอยู่ ไขมันก็จะถูกนำเข้าสู่ร่างกายอยู่เรื่อยๆ เราจึงมักได้ยินคุณหมอแนะนำให้เรารู้จักออกกำลังกายและควบคุมอาหาร ไม่เน้นหนักกินของทอด ของหวานมากจนเกินไป เป็นการลดโอกาสการเกิดไขมันสะสมซ้ำสอง แต่ๆๆ รูปแบบการสะสมจะไม่เผละผิดรูปร่างเหมือนตอนก่อนดูดไขมันหรอกนะ เพราะคุณหมอจะทำการกำจัดไขมันบางส่วนออกไปแล้ว หากมีการสะสมของไขมันอีกครั้ง รูปร่างก็จะยังคงดูดีได้อยู่เหมือนเดิม

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับประเด็นหลักๆ เกี่ยวกับ การดูดไขมัน อ่านจบแล้วร้องอ๋อกันมากขึ้นรึเปล่า ? เจอที่ไหนเคลมหนักว่าดูดแล้วไม่กลับมามีไขมันสะสมอีก ก็จับโป๊ะเค้าไว้ให้ดีเลยค่ะ อย่าเผลอใจไปกับ Promotion of the month จนขาดสติ! เจ็บตัวเสียเงินทั้งที อย่าเอาแค่รอยแผลเป็น(เกือบ)ดีมาแปะไว้ที่ตัวนะคะ สอบถามข้อมูลเรื่องดูดไขมันแบบตรงไปตรงมากับโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซได้ที่ LINE: @masterpiececlinic

Cr.https://www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/3-สิ่งต้องรู้ก่อน-ดูดไขมัน-ยิ่งเยอะ/

14
สมัยนี้ใคร ๆ ก็สนใจทำศัลยกรรมกันทั้งนั้น เพราะทำแล้วดูดีขึ้น มั่นใจขึ้น ก็ทำเถอะค่ะ!! แต่..ถ้าพูดถึงศัลยกรรมที่เป็นอันดับ 1 มาตลอดกาล ก็คงจะหนีไม่พ้นทำจมูกนี่แหละค่ะ มั่นใจเลยค่ะว่าคนที่สนใจก็คงมีคำถามอยู่ในใจบ้างแหละว่าจะไป ทำจมูกเกาหลี VSทำจมูกที่ไทย ที่ไหนดีกว่ากันน้า!!



ทำจมูกเกาหลี VSทำจมูกที่ไทย มาเปรียบเทียบกัน !

ค่าใช้จ่าย ถือเป็นหัวข้อหลักที่สำคัญ สำหรับการทำศัลยกรรมเลยก็ว่าได้ การไป ทำจมูกที่ประเทศเกาหลี นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายในการทำจมูก แล้วยังมี ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นการทำจมูกที่ไทย ถือว่าเป็นการทำสวยแบบประหยัดกว่าค่ะ!!



ไม่รู้เลยว่าคุณหมอที่เกาหลีนั้นเก่งจริงหรือข่าวลือ เรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่องของการทำจมูก ที่เราอาจไม่รู้ ถึงแม้เราจะเห็นรีวิวทำจมูกเกาหลีสวย ๆ มาเพียบก็จริง แต่!!  อย่าลืมนะคะ ว่าคุณหมอที่เราจะได้ไปเจอนั้น อาจทำให้เราออกมาได้ไม่สวยตามแบบก็ได้ เพราะบางครั้งเมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว ภาษาที่เราก็ใช้สื่อสารอาจไม่ได้ชัดเจนอาจทำให้เราได้รับข้อมูลจากผู้ชักชวน เพียงด้านเดียวเท่านั้นจึงอาจไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความจริงก็ได้นะคะ



ว่าด้วยเรื่องโครงหน้าที่คุ้นชินของ หมอเกาหลีกับหมอที่ไทย! สำหรับคุณหมอในแต่ละประเทศ การที่ได้ทำศัลยกรรมบ่อยครั้งก็ถือเป็นความคุ้นชิน และทำให้เข้าใจในสรีระของคนประเทศนั้น ๆ มากกว่า ดังนั้นคุณหมอที่ไทยก็ย่อมเข้าใจรูปหน้า สรีระ และทรงจมูกของเราได้ดีกว่าคุณหมอที่เกาหลีแน่นอนค่ะ



การติดตามการรักษาหลังทำ และการให้คำปรึกษา หลังทำจมูกบางทีจบแล้ว ไม่ได้จบเลยนะคะ บางครั้งหลังทำจมูกแล้ว ยังต้องมีการติดตามผลหลังทำ มีการตัดไหมรวมไปถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันแต่ย่อมเกิดขึ้นได้ เช่น หวัด ไซนัส อุบัติเหตุกระทบกระแทก ในระยะยาวหากเกิดปัญหา และไม่สามารถพบคุณหมอที่ทำจมูกให้ คงจะลำบากไม่น้อยเลยล่ะค่ะ



อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงเป็นตัวเลือกช่วยตัดสินใจให้ได้ไม่น้อยนะคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นการ ทำจมูกที่เกาหลี หรือทำจมูกที่ไทย ยังไงก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะคะ

Cr. https://www.masterpiececlinic.com/บทความน่ารู้/ทำจมูกเกาหลี-vsทำจมูกที่ไทย-ที่ไหนดีกว่ากัน/


15

ผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยเพราะระบบชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป บนความเร่งรีบที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องของความเครียด และการรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบเส้นผมเข้าอย่างจัง! แม้ปัญหาผมร่วง ผมบาง จะมาจากกรรมพันธุ์และอายุซะส่วนใหญ่ แต่ช่วงวัยที่พบปัญหาดังกล่าวมากจนผิดปกติกลับกลายเป็นช่วงวัยทำงานอย่างเราๆ นะคะคุณ!


1.   กรรมพันธุ์ แน่นอนว่าสาเหตุอันดับแรก คือ กรรมพันธุ์หรือพันธุกรรมนั่นเอง สาเหตุนี้มักเกิดในเพศชาย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายไปเป็นฮอร์โมน DHT ทำให้รากผมอ่อนแอ ส่วนในเพศหญิงมักเกิดในช่วงวัยหมดประจำเดือน เพราะฮอร์โมนเพศหญิงลดลง ทำให้ขาดความสมดุลระหว่างฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย เมื่อฮอร์โมนเพศชายเด่นขึ้นและเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนดีเอชที ทำให้เป็นอันตรายต่อรากผมของผู้หญิง ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าผมร่วง ผมบาง สามารถเกิดในเพศหญิงได้เหมือนกัน


2.   ความเครียด ผมร่วง ผมบาง เกิดขึ้นได้บ่อยมากกับคนที่ทำงานออฟฟิศ บางช่วงเวลาที่ทำงานหนักจนเกิดเป็นความเครียดสะสม อาจทำให้ฮอร์โมนและระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานแปรปรวน ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรงของร่างกาย รวมถึงความแข็งแรงของรากผมได้ ทำให้รากผมอ่อนแอ หนังศีรษะแห้งขาดความสมดุล และเส้นผมหลุดร่วงมากกว่าในภาวะปกติได้

3.   การใช้ยาต่างๆ ในแต่ละวัน เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด ยาเคมีบำบัด ยาลดความอ้วน ยากันชัก และยาลดความดัน ก็มีผลข้างเคียงทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางได้ หรืออาจส่งผลให้เกิดโรคบางอย่างได้ เช่น โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรค SLE (โรคพุ่มพวง) และภาวะป่วยทางจิตที่ชอบจับผมและถอนผมตัวเอง แต่เราคงยังไปไม่ถึงขั้นนั้นกันหรอกใช่มั้ยคะ


4.   ภาวะฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงบางช่วง เช่น ในกรณีการตั้งครรภ์ของเพศหญิง ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วง 3 เดือนแรกทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้มากกว่าในภาวะที่ไม่ตั้งครรภ์ ถ้าเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเองเมื่อไรก็วอนขุ่นแม่อย่าเพิ่งตกใจ เมื่อฮอร์โมนกลับมาเป็นปกติทุกอย่างจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ถ้ามันยังค้างๆ คาๆ ใจ ขอซื้อความสบายใจดีกว่าก็ลองปรึกษากับคุณหมอได้ค่ะ

5.   การใช้ยาหรือสารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป และการใช้ไดร์เป่าผมเป็นประจำ ทำให้สารเคมีและความร้อนทำลายสารเคลือบเส้นผม ส่งผลให้ผมขาดเกราะป้องกันตามธรรมชาติ และผมแห้งเสีย หลุดร่วงง่าย

   ผมร่วง ผมบาง หรือศีรษะล้าน ควรเริ่มจากการรักษาสมดุลของร่างกาย โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรับประทานอาหารให้หลากหลาย เนื่องจากสารอาหารบางชนิดบำรุงผิวพรรณ เล็บ หนังศีรษะ และรากผมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ควรออกกำลังกายเป็นประจำและพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากปัญหาเกิดจากพันธุกรรม ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์หลายวิธีรวมทั้งการปลูกผมที่ช่วยแก้ไขปัญหา สามารถเข้ามาปรึกษากับเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจ จนกลับมามีบุคลิกดีได้ดังเดิมแล้วนะคะ

Cr. Masterpiece Hospital


หน้า: [1] 2 3