ผู้เขียน หัวข้อ: โรคไข้สมองอักเสบ - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร  (อ่าน 35 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

10-04-2018 , 15:21:46
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


โรคไข้สมองอักเสบ เจอี (Japanese Encephalitis)
โรคไข้สมองอักเสบ เจ อี คืออะไร ไข้สมองอักเสบ (encephalitis) หมายถึง การอักเสบของเนื้อสมอง หรือเฉพาะที่บางส่วน เหตุเพราะเนื้อสมองอยู่ใกล้กับเยื่อหุ้มสมอง ก็เลยอาจเจอการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองร่วมกับการอักเสบของสมองได้ด้วย  โดยโรคไข้สมองอักเสบบางทีอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุส่วนใหญ่ชอบเป็นผลมาจากการติดเชื้อจากไวรัส โดยสามารถกำเนิดได้จากเชื้อไวรัสหลายประเภทหรือบางโอกาสบางทีอาจเจอเป็นโรคแทรกของโรคฝึกฝน คางทูม ไข้สุกปลั่ง แต่ไข้สมองอักเสบประเภทที่อันตราย/ร้ายแรงที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้เป็นโรคไข้สมองอักเสบ เจอี(Japaneseencephalitis, JE) มักพบที่สุดในเอเชียรวมถึงเมืองไทยรวมทั้งเล็กน้อยของแปซิฟิกตะวันตก โดยมากมักจะพบการเกิดโรคในช่วงฤดูฝน แต่ว่าในแต่ว่าล่ะประเทศจะพบช่วงเวลาที่มีการเกิดโรคได้ต่างกันซึ่งเจอได้ตลอดทั้งปี โดยในบริเวณแหล่งระบาดชอบพบในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 15 ปี เพราะเหตุว่าในผู้ใหญ่จะมีภูมิต้านทานอยู่ก่อนแล้ว  อย่างไรก็ตามถ้าหากเป็นบริเวณที่ไม่เคยกำเนิดโรคมาก่อนก็จะเจอในกลุ่มของผู้ที่มีอายุสูงขึ้นได้
โรคไข้สมองอักเสบเจอี เป็นโรคที่ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตและเป็นโรคสุดที่รักษายาก ที่สำคัญเมื่อเป็นแล้วมีอัตราการตายสูง ถ้ามีชีวิตรอดมักมีความพิการหรือผิดปกติทางสมองตามมา อัตราเจ็บป่วยตายอยู่ระหว่างจำนวนร้อยละ 20-30 ประมาณสองในสามของผู้รอดพ้นจากความตาย จะมีความพิการคงเหลืออยู่ ในทวีปเอเชียเจอคนเจ็บโรคนี้ราวปีละ 30,000-50,000 ราย โรคนี้เรียกว่า Japanese เนื่องด้วยสามารถแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยในญี่ปุ่นทีแรกเมื่อปี พ.ศ.2468
ที่มาของโรคไข้สมองอักเสบ เจ อี ด้วยโรคไขสมองอักเสบเจอีเปนโรคที่มีอัตราตาย แล้วก็ความพิการตามมาสูง ซึ่งสวนใหญมักจะเปนในเด็ก ส่วนเชื้อที่กอโรคไดเอ็ง Japanese encephalitis virus (JEV) ซึ่งเปน arbovirus จัดอยูใน family Flaviviridae, genus Flavivirus โดยมียุงรําติดอยู่ญ Culex tritaeniorhynchus เปนพาหะนําโรค โรคนี้เจอในเขตเมืองนอชูวาต่างจังหวัด มีอัตราตายรอยละ 10-35 และมีอัตราการเกิดความพิการ ตามมามากถึงรอยละ 30-50 โดยเชื้อไวรัสจำพวกนี้ถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์คนประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งได้กระจัดกระจายทั่วไปทุกภาคและก็ทุกฤดู ซึ่งประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี ดังเช่นว่า รอบๆเอเชียใต้ อินเดียรวมทั้งศรีลังกา ตลอดจนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และก็ในภาคตะวันออกของประเทศจีน และเจอได้ในประเทศ ไต้หวัน ประเทศเกาหลี รวมทั้งญี่ปุ่น
ปลายคริสตศตวรรษที่ 18 มีการระบาดใหญ่ของโรคไขสมองอักเสบเจอีในประเทศญี่ปุน โดย ในป พุทธศักราช 2468 สามารถแยกเชื้อไวรัสเจอีไดเปนครั้งแรกจากสมองของผูปวยชายอายุ 19 ปที่มี อาการสมองอักเสบและก็เสียชีวิตในกรุงโตเกียว ถัดมาสามารถแยกเชื้อไวรัสไดจากยุงเบื่อหน่าย Culex แล้วก็มีรายงาน การระบาดของโรคไขสมองอักเสบเจอีในประเทศต่างๆในทวีปเอเชียตามมา ซึ่งนับคือปัญหาที่สําคัญที่สุดในบรรดาโรค สำหรับประเทศไทยเจอการระบาดคราวแรกในป พ.ศ. 2512 ที่จังหวัดเชียงใหมต่อจากนั้นมีการเจอผูปวยเรื่อยมาแล้วก็มีการระบาดใหญ่เปนครั้งคราว ผู้ปวยโรคนี้สามารถพบไดบอยทางภาคเหนือรวมทั้ง ภาคอีสาน รองลงมาไดแก ภาคกึ่งกลาง และภาคใต
ปจจุบันเจอผูปวยโรคไขสมองอักเสบ เจ อี นอยลง เนื่องมาจากมีการฉีดวัคซีนปองกันโรคไขสมอง อักเสบเจอีในเด็กทั่วราชอาณาจักร ในป พ.ศ. 2552 สํานักระบาดวิทยาไดรับรายงานผูปวยโรคไขสมองอักเสบรวมทั้งสิ้น 543 ราย คิดเปนอัยี่ห้อปวย 0.86 ตอแสนสามัญชน จําแนกเปนโรคไขสมองอักเสบเจอีจํานวน 106 ราย (รอยละ 19.52) คิดเปนอัยี่ห้อปวย 0.17 ตอแสน ประชาชน ไมมีรายงานผูเสียชีวิต  สวนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยนอชูวา 15 ป พบผูปวยสูงสุดในกลุมอายุยง 0-4 ป คิด เปนอัยี่ห้อปวย 1.1       ตอแสนประชาชน รองลงมาคือ กลุมอายุยง 5-9 ป มากมายกวา 15 ป และก็ 10-14 ป โดยมี อัตราปวย 0.3, 0.09 และก็ 0.08 ตอแสนราษฎรตามลําดับ กระจัดกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ
ลักษณะของโรคไขสมองอักเสบ เจ อี   ไวรัสเจอีนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะแพร่ระบาดไปสู่สมองและก็จะทำลายเนื้อสมองตั้งแต่เล็กน้อยไปตราบจนกระทั่งมากมายก่ายกองนาๆประการในแต่ละคน (Japanese encephalitis virus)  โดยส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการ มีเพียงแต่ 1 ใน 300 คนเพียงแค่นั้น ที่จะออกอาการ โดยในรายที่ร้ายแรงจะออกอาการแบบสมองอักเสบ (encephalitis) โดยมีลักษณะอาการแบงเปน 3 ระยะดังนี้ 1. Prodromal stage ในระยะนี้ผู้ปวยจะมีอาการไขสูงรวมกับอาการออนเหนื่อย ปวดหัว คลื่นไสคลื่นไส้ ระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-6 วัน 2. Acute encephalitic stage ผูปวยยังคงมี ไข้แล้วก็เริ่มมีลักษณะอาการระคายของเยื่อหุมสมอง มีการเปลี่ยนของระดับความรูสึกตัว มีลักษณะชักเกร็ง สามารถตรวจเจอ pyramidal tract signs, flaccid paralysis และพบ deep tendon reflex น้อยลงไดรอยละ 10 อาจเจออัมพาตครึ่งซีกรวมทั้งความแตกต่างจากปกติของเสน ประสาทสมองได ระยะที่ 1 และ 2 ของโรคมักกินเวลา ไมเกิน 2 สัปดาห ผูปวยที่มีลักษณะรุนแรงมักเสียชีวิต ในระยะนี้ 3. Late stage and sequele ในเวลานี้ไข้จะน้อยลง อาการทางสมองจะคงที่หรือ ผูปวยที่เสียชีวิตในตอนนี้มักมีสาเหตุจากโรคแทรกซอนที่ตามมา อย่างเช่น ปอดอักเสบ โรคติดเชื้อทางเดินเยี่ยว ติดเชื้อในกระแสเลือด ฯลฯ ซึ่งผู้เจ็บป่วยโรคไข้สมองอักเสบ บางรายอาจมีอาการ ความประพฤติปฏิบัติเปลี่ยนหรือเป็นอาการด้านจิตได้ อาการชักมักเป็น แบบชักเกร็งกระตุกทั่วตัว ซึ่งมักพบมากโดย เฉพาะเด็กเล็ก บางครั้งก็อาจจะมาด้วยนิ้วกระตุก, ตาเข, หรือหายใจผิดจังหวะได้หรืออาจจะมีอาการเหมือน โรคพาร์กินสัน เป็นมีอาการตัวเกร็ง, หน้าไม่แสดง อารมณ์,มือสั่นและขยับเขยื้อนตรากตรำ
กรรมวิธีการรักษาโรคไข้สมองอักเสบ การวิเคราะห์ การวิเคราะห์อาศัยเรื่องราว การตรวจรางกายแล้วก็การ ตรวจทางหองกระทำการ การตรวจนับเม็ดเลือดมักพบวาจํานวนเม็ดเลือดขาวรวมทั้งคารอยละของนิวโตรฟล มากขึ้นในระดับปานกลางถึงสูงมาก การตรวจน้ำไขสันหลัง สวนใหญจะพบวาน้ำไขสันหลังมีลักษณะใส ไมมี สีความดันของน้ำไขสันหลังอยูในเกณฑธรรมดามีเซลล เม็ดเลือดขาวไดตั้งแต 10-1,000 เซลล/ลบ.มม. ซึ่งส่วนใหญเปนจำพวกโมโนนิวเคลียรเซลล ในระยะต้นของโรคบางทีอาจไมพบเซลลในน้ำไขสันหลังหรืออาจเจอนิวโตรฟลเดนได โปรตีนมักสูงกวาธรรมดาเล็กนอย ระดับน้ำตาลมักอยูในเกณฑปกติเมื่อเทียบกับระดับน้ำตาลในเลือด
การส่งไปตรวจวิเคราะห์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่าการตรวจด้วยเครื่อง เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์โดยจะเห็นความแตกต่างจากปกติใน ตำแหน่ง thalamus,basalganglia, midbrain, pons, รวมทั้ง medullaตามหน้าที่ที่เจอร่วมมาก ที่สุดเป็นตำแหน่ง thalamus การส่งไปตรวจแยกเชื้อ (serology) ซึ่ง เป็นการวิเคราะห์ที่ใช้อยู่ในตอนนี้คือตรวจหาIgM antibodyเฉพาะต่อเชื้อไวรัสเจอีในนํ้าไขสันหลังรวมทั้ง ในเลือด โดยการตรวจพบ JEV-specific IgM antibody ในนํ้าไขสันหลังสามารถช่วยรับรองการ ติดโรคในครั้งนี้ได้แต่ว่าถ้าหากตรวจเจอJEV-specific IgMantibodyในเลือดอาจเป็นการติดเชื้อโรคหรือขึ้น จากการได้วัคซีนก็ได้ การตรวจค้น antibody ในนํ้าไขสันหลัง จะสามารถตรวจพบได้จำนวนร้อยละ 70-90 ในผู้เจ็บป่วยที่ ติดโรค โดยจะสามารถตรวจเจอได้เมื่อประมาณ วันที่5-8ภายหลังจากเริ่มมีลักษณะ การตรวจหาantibodyในเลือดจะสามารถ ตรวจเจอได้ปริมาณร้อยละ60-70 ในคนเจ็บที่ติดเชื้อโรคโดย จะสามารถตรวจพบได้อย่างน้อย 9 คราวหลังจาก เริ่มมีลักษณะ ในปัจจุบันยังไม่มีการดูแลและรักษาที่เฉพาะเจาะจง  การดูแลรักษา    เปนเพียงการดูแลและรักษาตามอาการ ที่สําคัญ คือ ลดอาการบวมของสมอง ดูแลระบบฟุตบาทหายใจ ใหยาระงับชัก บางรายอาจจําเปนตองให mannitol เพื่อควบคุมความดันในกะโหลกศีรษะ แล้วก็คุ้มครองปกป้องอาการสอดแทรกตามมา การใช dexamethasone ในขนาดสูงเพื่อลดการบวมของสมองในผูปวยไขสมองอักเสบเจอี พบวาไมสามารถลดอัตราการตายรวมทั้งอัตราการฟนจากโรคได มีรายงานจากการศึกษาแบบ controlled clinical trials ขนาดเล็กเกี่ยวกับ Neutralizing murine monoclonal antibodies ซึ่งผลิตในประเทศจีน นํามาใชรักษาผูปวย ไขสมองอักเสบเจอี เจอวาการดูแลรักษาดังกลาวใหผลการ รักษาที่  บางรายงายการศึกษาพบว่าได้มีการตรวจสอบและลองใช้ยาต้านทาน เชื้อไวรัส ribavirin แม้กระนั้นไม่เจอความต่างของผล การรักษาของการใช้ยาต่อต้านเชื้อไวรัสกับยาหลอกและ พบว่าcorticosteroidsแล้วก็interferonalpha2a ไม่ช่วยในเรื่องของการควบคุมอาการและไม่ช่วย ในเรื่องของผลของการรักษา
ปัจจัยเสี่ยงที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ ด้วยเหตุว่าเชื้อไวรัส Japanese encephalitis ที่เป็นตัวการของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี จะอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายประเภท ดังเช่น หมู รวมทั้งยุงจะเป็นพาหะนำเชื้อชนิดนี้มาสู่คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมูที่แก่ที่มากขึ้น ตัวสัตว์เองก็จะมีภูมิต้านทานพอเหมาะพอควร ด้วยเหตุนั้น หากมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวก็จะโดนควบคุมไม่ให้มีจำนวนมาก ส่วนลูกหมูมักจะมีภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เมื่อโดนยุงกัด แล้วมีเชื้อไวรัส ไวรัสจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อมาสู่ยุงไปสู่คน  เพราะฉะนั้นไข้สมองอักเสบเจอี ก็เลยพบได้ทั่วไปในแหล่งที่มีการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะในรอบๆที่มีการเลี้ยงหมูเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น ในต่างจังหวัด รวมทั้งบริเวณปริมณฑล และก็มักพบในฤดูฝนระหว่างมิ.ย.ถึงส.ค. แต่ว่าก็อาจพบประปรายได้ตลอดทั้งปี คนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้สมองอักเสบเจอี ยกตัวอย่างเช่น เกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงหมู คนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดในท้องถิ่นที่มีการระบาด ทหารที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการในเขตแดนที่มีการระบาดของโรค ผู้หนีภัยไปอาศัยอยู่ในต่างถิ่นที่มีการระบาด
การติดต่อของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี เชื้อ JEV (Japanese encephalitis Virus) จัดอยู่ในเชื้อสายฟลาวิเชื้อไวรัส (family flaviviridae) สกุลฟลาวิไวรัส (genus flavivirus)อยู่ในกรุ๊ปเดียวกับเชื้อไวรัสเด็งกี่(Dengue virus)แล้วก็โรคไข้เหลือง(yellowfever) ด้วยเหตุดังกล่าวเชื้อไวรัสเจอี ก็เลยมีคุณลักษณะเหมือนกันกับฟลาวิไวรัสตัวอื่นๆซึ่งเป็น เชื้อไวรัสที่มีแมลงรับประทานเลือดเป็นพาหะนำ โรคจะติดต่อ ในวงจรจากสัตว์สู่คน โดยมียุงเป็นตัวพาหะนำ เชื้อโรค โดยมีหมูเป็นรังโรคที่สำคัญ หมูที่ติดเชื้อ JE จะไม่มีอาการ แต่มีเชื้อ JE ในเลือด เมื่อยุงไปกัด หมูในช่วงนี้เชื้อจะเข้าไปเพิ่มจำนวนในยุง เมื่อ มากัดคนจะแพร่ระบาดไปสู่คน ส่วนสัตว์อื่นๆที่จะติด เชื้อ JEดังเช่นว่าม้า วัวควายนก แม้กระนั้นสัตว์เหล่านี้เมื่อติดโรคแล้วจะไม่มีอาการมีแต่ม้าและก็คนเพียงแค่นั้นที่มีอาการ เมื่อได้รับเชื้อ แล้วราว 1 ใน 300-500 ของผู้ติดเชื้อโรคจะมี อาการสมองอักเสบ หมูมีความหมายในวงจรการ แพร่ขยายของโรค เพราะจะมีเชื้ออยู่ในกระแส เลือดได้เป็นเวลานานกว่าสัตว์อื่นๆจึงจัดว่าเป็นamplifier ที่เป็นรังโรคที่สำคัญ ยุงที่เป็นพาหะเป็นประเภท Culex tritaeniorhynchus  Culex golidus , Culex fascocephalus ยุงเหล่านี้เพาะพันธุ์ใน ท้องทุ่งที่มีนํ้าขัง จำนวนยุงจะเพิ่มมากในช่วงฤดูฝน ยุงตัวเมียสามารถถ่ายทอดเชื้อผ่านรังไข่ไปสู่ลูกยุงได้ ซึ่งมีระยะฟักตัวในยุงโดยประมาณ 9-12 วัน ยุงพวกนี้จะออกมากัดกินเลือดในตอนเวลาเย็นหรือ ตอนคํ่า หมูรวมทั้งนกนํ้า เป็นต้นว่า นกกระสา นกยาง เป็นรังโรคที่สำ คัญเนื่องจากจะมีเชื้อสำหรับการแส เลือดได้นานแล้วก็มีการเพิ่มเชื้อได้สูง ซึ่งใน เมืองไทยประชากรส่วนใหญ่ ดำรงชีพเกษตรกรรมรวมทั้งมีปริมาณของการ เลี้ยงหมูปริมาณมากด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงต่อโรคไข้สมองอักเสบมากมายตามมา
การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ เจอี

  • กินยาตามหมอสั่ง รวมทั้งปฏิบัติตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด
  • รักษาสุขภาพของร่างกายให้สะอาดอยู่เป็นประจำเพื่อคุ้มครองปกป้องโรคแทรก
  • ไปพบหมอตามที่หมอนัดหมายให้ตามกำหนด
  • เมื่อพบว่าอาการไม่ดีขึ้นหรืออาการทรุดลง หลังจากรับประทานยาที่หมอสั่งให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
  • ใช้ยาทากันยุงรวมทั้งนอนในมุ้งเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กับผู้ที่อยู่รอบกาย
  • กินอาหารที่เป็นประโยชน์ครบ 5 หมู่ แล้วก็บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

การป้องกันตัวเองจากโรคไข้สมองอักเสบ เจอี

  • ผู้ที่มีไข้ตัวร้อนควรจะไปพบหมอในทันที เมื่อมีอาการพวกนี้ร่วมด้วย ดังเช่นว่า ปวดหัวรุนแรง รับประทานยาแก้ปวดแล้วไม่ทุเลา อ้วกมากมาย มีลักษณะอาการชักร่วมด้วย ซึม ไม่ค่อยรู้สึกตัว หรือสลบ แขนขาเป็นอัมพาต ปากเบี้ยว กลืนทุกข์ยากลำบาก หรืออ้าปากลำบาก (ขากรรไกรแข็ง) หรือก้มคอไม่ลง (คอแข็ง)
  • ควรกำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง
  • เมื่อมีการระบาดของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี ควรยินยอมให้เจ้าหน้าที่ฉีดยาทำลายยุงในรอบๆพื้นที่ มีการระบาดของโรคโดยการพ่นสารเคมีเพื่อฆ่ายุงตัวแก่
  • ป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยนอนกางมุ้ง หรือติดมุ้งลวดในบ้านรวมทั้งตามห้องต่างๆ
  • ย้ายคอกสัตว์ ตัวอย่างเช่น หมู โค ควาย ให้ห่างจากแหล่งที่พักอาศัย เพื่อลดความเสี่ยงของรังโรค
  • ฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ
  • วิธีที่เยี่ยมที่สุดในตอนนี้ อย่างเช่นการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ให้แก่เด็กๆของเราก่อนจะติดเชื้อโรคเองตามธรรมชาติ
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี (JEV) เริ่มมีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 ในประเทศรัสเซียและญี่ปุ่น ถัดมาได้เพิ่มขั้นตอนการทำให้วัคซีนบริสุทธิ์ขึ้นเพื่อป้องกันผลเข้าแทรกจากการแปดเปื้อนของเยื่อสมองหนู และได้รับการพัฒนาต่อเรื่อยมาจนกระทั่งมีใช้กันอย่างมากมายในตอนนี้
  • ส่วนในประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งระบาดของ เชื้อนั้น มีการฉีดยาเพื่อปกป้องโรค ตั้งแต่ปี 2533 โดยเริ่มต้นในภาคเหนือ รวมทั้งเบาๆขยาย ครอบคลุมทั้งประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 โดย ให้วัคซีนแก่เด็กอายุ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีคนละ 2 ครั้งแล้วก็กระตุ้น 1 ครั้ง เมื่ออายุ2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี วัคซีนที่ใช้เป็นประเภทเชื้อตาย (JE SMBV: mouse brain-derivedinactivatedJEvaccine)วัคซีน ปกป้องไข้สมองอักเสบเจอีที่จดทะเบียนแล้วก็ จัดจำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบันมี2ประเภทเช่น (1.) วัคซีนจำพวกเชื้อตายที่เพาะเชื้อในสมอง หนู(suckling mouse brain vaccine หรือ SMBV) (2.) วัคซีนประเภทเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ (SA 14–14–2) ที่เพาะเชื้อในเซลล์เพาะเลี้ยง เป็นวัคซีน ใหม่ที่พึ่งขึ้นบัญชีในประเทศไทยปีพุทธศักราช2550


สมุนไพรที่ใช้ปกป้องตนเองจากโรคไข้สมองอักเสบ เอจี โรคไข้สมองอักเสบ เจอี เป็นโรคที่ยังไม่มียารักษาเฉพาะการรักษายังจะต้องใช้การรักษาแบบช่วยเหลือ รักษาตามอาการ โดยเหตุนี้ก็เลยไม่มีสมุนไพรจำพวกไหนซึ่งสามารถรักษาได้ เพียงแค่มีสมุนไพรซึ่งสามารถช่วยปกป้องการเกิดโรคไข้สมองอักเสบ เจอี ได้น่าฟังไข้สมองอักเสบ เจอี นั้นมียุงเป็นพาหนะนำเชื้อ ด้วยเหตุดังกล่าวสมุนไพรที่ช่วยคุ้มครองปกป้องโรคจำพวกนี้นั้น ก็เลยเป็นสมุนไพรที่ใช้ไล่ยุงต่างๆดังเช่น
พืชกรุ๊ปสกุล (genus) Cymbopogon
ตะไคร้หอม (Cymbopogon nardus (L.) Rendle) มีการเรียนรู้ฤทธิ์ไล่ยุงของตำรับน้ำมันตะไคร้หอม (citronella oil) ที่มีส่วนประกอบที่สำคัญเป็น citronella, geraniol รวมทั้ง citronellol ในรูปแบบของครีม พบว่าตำรับที่มีน้ำมันตะไคร้หอม 17% ปกป้องยุงลายได้นานราวๆ 3 ชั่วโมง ครีมที่มีน้ำมันตะไคร้หอม 14% ลดจำนวนยุงรำคาญที่มาเกาะภายใน 1 ชั่วโมงหลังทาครีม นอกเหนือจากนั้นสารสกัดเอทานอลของตะไคร้หอมผสมกับน้ำมันที่ทำจากมะกอกสามารถไล่ยุงลายและก็ยุงหงุดหงิดได้นาน 2 ชั่วโมง ครีมที่มีน้ำมันหอมระเหยจากใบตะไคร้หอมที่ความเข้มข้น 1.25, 2.5 และ 5.0% ปกป้องยุงก้นปล่องได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ตอนที่ความเข้มข้น 10% ให้ผลได้เป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง
ตะไคร้ (Cymbopogon citratus (DC.) Stapf) น้ำมันตะไคร้ (lemongrass oil) ใน liquid paraffin ความเข้มข้น 20 รวมทั้ง 25% มีผลคุ้มครองป้องกันยุงลายได้ 100% ใน 1 ชั่วโมงแรก และก็ต่ำลงเหลือเกิน 95% ด้านใน 3 ชั่วโมง การเตรียมผลิตภัณฑ์น้ำมันตะไคร้ 15% ในรูปของครีมรวมทั้งขี้ผึ้งพบว่าให้ผลคุ้มครองป้องกันยุงกัดได้ โดยคุณสมบัติของส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ส่งผลต่อการปลดปล่อยน้ำมันหอมระเหย แล้วก็ส่งผลต่อสมรรถนะสำหรับเพื่อการป้องกันยุงด้วย น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ที่มี geraniol ปริมาณ 0.2 มิลลิกรัม/ซม2 สามารถลดอัตราการกัดจากยุงรำคาญ เป็น 10, 15 และก็ 18% ที่เวลา 1, 2 และก็ 3 ชั่วโมงเป็นลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการมิได้ทาน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ สบู่อาบน้ำที่มีส่วนประกอบของน้ำมันตะไคร้หอม 0.1% น้ำมันตะไคร้ 0.5% และน้ำมันสะเดา 1% สามารถไล่ยุงได้ในตอน 8 ชั่วโมง
พืชกรุ๊ปสกุล (genus) Ocimum
น้ำมันหอมระเหยจากพืชกลุ่มนี้ 5 ประเภท เป็นต้นว่า แมงกะแซง (O. americanum L.) โหระพา (O. basilicum L.) แมงลัก (O. africanum Lour. ExH) ยี่หร่าหรือโหระพาช้าง (O. gratissimum L.) และก็ใบกะเพรา (O. tenuiflorum L.) พบว่ามีฤทธิ์ทั้งยังฆ่าลูกน้ำแล้วก็ไล่ยุงลายได้ ฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายของน้ำมันหอมระเหย เรียงลำดับดังนี้ โหระพา > ยี่หร่า> ใบกะเพรา > แมงลัก = แมงกะแซง โดยมีค่าความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยที่ได้ผลคุ้มครองปกป้องยุงได้ 90% (EC90) พอๆกับ 113, 184, 240, 279 และ 283 ppm ตามลำดับ สำหรับฤทธิ์ไล่ยุงของน้ำมันหอมระเหยที่ความเข้มข้น 10% พบว่า โหระพาช้างมีฤทธิ์แรงที่สุด คุ้มครองป้องกันยุงกัดได้นาน 135 นาที รองลงมาคือ กะเพรา รวมทั้งแมงลัก ที่คุ้มครองยุงกัดได้นาน 105 รวมทั้ง 75 นาที ตามลำดับ ในเวลาที่แมงกะแซง และก็โหระพาได้ผลต่ำที่สุดเพียงแต่ 15 นาที
พืชกลุ่มสกุล (genus) Citrus
มะกรูด (Citrus hystrix DC.) น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดมีฤทธิ์ปกป้องยุงได้นาน 95 นาที แล้วก็ตำรับยาใช้ภายนอกกันยุงที่มีน้ำมันมะกรูดความเข้มข้น 25 รวมทั้ง 50% สามารถไล่ยุงได้นาน 30 รวมทั้ง 60 นาที ตามลำดับ น้ำมันหอมระเหยผสมจากมะกรูด 5% แล้วก็จากดอกชิงเฮา (Artemisia annua L.) 1% ป้องกันยุงลาย ยุงก้นปล่อง รวมทั้งยุงอารมณ์เสียได้นาน 180 นาที ในห้องปฏิบัติการ ในความเข้มข้นเดียวกันสามารถปกป้องยุงลาย และยุงเสือ ได้ 180 นาที และก็ยุงอารมณ์เสียได้นานถึง 240 นาทีในภาคสนาม
มะนาวฝรั่ง (Citrus limon (L.) Burm.f.) น้ำมันหอมระเหยจากมะนาวฝรั่งมีฤทธิ์ไล่ยุงก้นปล่องได้ 0.88 เท่าของสารเคมีสังเคราะห์ N,N-diethyl-3-methylbenzamide
นอกจากสมุนไพรที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ยังมีสมุนไพรอื่นๆที่มีการเรียนรู้ฤทธิ์ในการคุ้มครองยุง ยกตัวอย่างเช่น ข่า ไพล ขึ้นฉ่าย ว่านน้ำ กานพลู หนอนตายหยาก ดอกกระดังงาไทย สารไพรีทรัม (pyrethrum) และผู้จองเวรทริน (pyrethrins) ที่เจอได้ในพืชเชื้อสายดอกเบญจมาศ (chrysanthemum flowers) ฯลฯ
เอกสารอ้างอิง

  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.ไข้สมองอักเสบ จากเชื้อไวรัส เจอี.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่ 174.คอลัมน์ แนะยา-แจงโรค.ตุลาคม.2536
  • Halstead SB, Jacobson J. Japanese encephalitis vaccines. In: Plotkin SA, Orenstein WA, Offit PA, editors. Vaccines. 5th ed. Elsevier Inc.; 2008. p.311-52. http://www.disthai.com/
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Japanese encephalitis. In: Dupont HL, Steffen R, editors. Textbook of Travel Medicine and Health. 2nd ed. Hamilton: B.C. Decker Inc.; 2001. p.312-4.
  • นศ.พ.เฉลิมเกียรติ สุวรรณเทน.รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า. Japanese Encephalitis. วารสารสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ปีที่ 6.ฉบับที่4.ตุลาคม-ธันวาคม 2554.หน้า 93-100
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Diseases caused by arboviruses: dengue haemorrhagic fever and Japanese B encephalitis. Med J Aust. 1994;160:22-6.
  • โอฬาร พรหมาลิขิต.วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี.ตำราวัคซีน.สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย.หน้า 127-135
  • Thisyakorn U, Nimmannitya S. Japanese encephalitis in Thai children, Bangkok, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 1985;16:93-7.
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โครงการเสริมภูมิคุ้มกันโรคและวัคซีนไข้ สมองอักเสบเจอีในประเทศไทย. ประจำปี Available from:
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Studies on Flaviviruses in Thailand. In: Miyai K, Ishikawa E, editors. Progress in Clinical Biochemistry: Proceedings of the 5th Asian-Pacific Congress of Clinical Biochemistry; 1991 Sept 29-Oct 4; Kobe, Japan. Amsterdam: Excerpta Medica; 1992. p.985-7.
  • อุษา ทิสยากร, สุจิตรา นิมมานนิตย. Viral meningitis และ encephalitis ในเด็ก. วารสารโรคติดเชื้อ และยาตานจุลชีพ. 2528;2:6-10.
  • สุจิตรา นิมมานนิตย, อุษา ทิสยากร, อนันต นิสาลักษณ, Hoke CH, Gingrich J, Leake E. Outbreak of Japanese encephalitis-Bangkok Metropolis. รายงาน การเฝาระวังโรคประจําสัปดาห. 2527;15:573-6.
  • นพ.คำนวน อึ้งชูศักดิ์.โรคไข้สมองอักเสบจากไวรัสเจอี ถึงจะร้ายแต่ก็ป้องกันได้.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่108.คอลัมน์กันไว้ดีกว่าแก้.เมษายน.2531
  • สำนักระบาดวิทยา.สรุปรายงานการเฝ้าระวัง โรคประจำปีนนทบุรี:สำนักระบาดวิทยา กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; รายปี2552: 21-23.
  • สมบุญ เสนาะเสียง, อัญชนา วากัส, ฐิติพงษ์ ยิ่งยง. Situation of encephalitis and Japanese B Encephalitis, Thailand, 2009. Weekly Epidemiological Surveillance Report. 2010;41:33-5.
  • อุษา ทิสยากร. ไขสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส แจแปนนิส. ใน: อุษา ทิสยากร, จุล ทิสยากร, บรรณาธิการ. กุมารเวชศาสตรเขตรอน. กรุงเทพฯ: ดีไซร จํากัด; 2536. น.89-97
  • วรรณี ลิ่มปติกุล, อุษา ทิสยากร. การติดเชื้อ Japanese Encephalitis Virus ที่โรงพยาบาลสงขลา. วารสารวิชาการเขต 2541;9:65-71.
  • Weekly epidemiological record. Japanese Encephalitis. 2015;90:69-88.
  • อ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ.โรคไข้สมองอักเสบ.บทความความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล
  • รศ.ดร.สุวรรณ ธีระวรพั