ผู้เขียน หัวข้อ: พาตะกาย 5 เขา อช.เขาสามร้อยยอด  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2018 , 08:10:49
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 331
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

เขาลูกที่ 1 ไต่ขึ้น "ถ้ำไทร"
เนื่องจากว่าแพนมาถึง อช. ก็แทบจะเย็นแล้ว เลยเลือกที่จะเริ่มต้นกับ "ถ้ำไทร" เป็นที่แรกของวันนี้เพราะเหตุว่าอยู่ไกล้สุด ถ้าไปที่อื่นก่อนก็กลัวจะเย็นเกินไป
ระยะทางไป - กลับ 560 เมตร ถ้าหากอยากได้เจ้าหน้าที่นำทางสามารถติดต่อได้ก่อนขึ้นค่ะถ้ำไทรจะอยู่ใกล้กับริมทะเลบ้านเวิ้งตาลโตนด สามารถลงเล่นน้ำได้ มีห้องอาหาร และมีที่พักแบบเป็นข้างหลัง ถ้าเกิดมาคนไม่ใช่น้อยนี่เสนอแนะเลยเป็นถ้ำที่ไม่ใหญ่มากค่ะ แต่ว่าการจะได้ดูต้องอาศัยกำลังกายพอควร แพนหามกระเป๋าเป้สิบกว่าโลขึ้นไปตามทางชัน ที่มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นขั้นๆบางช่วงจำต้องปีนป่ายบ้าง สองข้างทางก็รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ต้นตะบองเพชร นี่ใครกันแน่อย่าเผลอล้มนะ มีหวังโดนหนามตะบองเพชรตำแน่ ฮร่า ถือเป็นการเริ่มทริปไต่เขาแบบลำพองใจจริงๆเดินมาถึงกลางทางก็ต้องโบกมือลากระเป๋าใบยักษ์ให้มันไปนอนพักข้างกองหญ้าข้างทาง แหะๆระหว่างทางก็จะได้เจอทิวทัศน์ทะเลงามๆอย่างนี้เป็นช่วงๆทำให้มีแรงฮึดเดินต่อค่อยเดิน ค่อยไต่ตามทางมาเรื่อยคนก็ไม่มีวังเวงเป็นบ้า แถมเวลาก็เริ่มเย็นทุกทีๆแพนเดินมาจนกระทั่งมองเห็นปากถ้ำไกลลิบๆก็สบายใจมาหน่อย อยู่ดีๆขามันก็เริ่มมีแรง รีบเข้าไปมองในถ้ำเลยจร้าทราบมั้ยว่าวินาทีแรกที่แพนพบภายในถ้ำซึ่งมันหายเหน็ดเหนื่อยเลย งามอ่า เป็นถ้ำที่เพดานข้างบนถูกเซาะผุกร่อนจนเปลี่ยนเป็นโพรงทำให้แสงลอดเข้ามาด้านในถ้ำ ต้นไม้ที่โดนแสงสว่างเลยโตเอาๆมองงามไปอีกในลัษณะหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นก็จะมีพวกหินงอกหินย้อยต่างๆสวยมาก แพนพลาดไปอย่างเป็นแพนดันมาช่วงเย็นแล้ว คือหากมาช่วงเที่ยง บ่าย จะพบแสงสว่างลอดเข้าถ้ำเค้าเคยเห็นเค้าบอกว่าสวยมากมาย นี่แพนคงจะต้องกลับมาอีกรอบสินะภายหลังลงมาจากถ้ำไทรแล้ว จากตอนต้นมีความคิดว่าจะไปกางเต้นท์ที่หาดแหลมศาลาก็จะต้องเปลี่ยนเป็นหาดสามพระยาเพราะเหตุว่าอยู่ใกล้กว่า ขณะนั้นเริ่มเย็นมากแล้วแพนกลัวว่าถ้าหากไปหาดแหลมศาลามันต้องเดินผ่านเขาเทียนไปบางทีก็อาจจะมืดเกิน วันนี้ก็นอนหาดทรายสามพระยากันจ้ะ
ชายหาดสามพระยา
เป็นชายหาดที่สามารถขับรถมาถึงเลย อยุ่ใกล้ทางเข้า อช. ด้วย มีร้านค้า มีห้องน้ำ(สะอาดมากมาย)บริการ แต่เจ้าหน้าที่จะปิดไฟตอน 3 ทุ่มและก็ห้ามเข้าครัว ห้ามก่อกองไฟหรือทำเสียงดัง ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบริการก็คนละ 30 บาทเนื่องจากว่าเย็นมากมายถ่ายภาพไม่สวย วันรุ่งขึ้นแพนเลยไปถ่ายบรรยากาศมาให้ดู เผื่อใครกันแน่สนใจต้องการมากางเต้นท์นอนที่นี่นะคะ
เขาลูกที่ 2 ตะกายขึ้น "จุดสำหรับชมวิวเขาแดง"
ขี่มอไซด์ออกมาจากหาดทรายสามพระยาเลี้ยวซ้ายมาราว 1 กิโลก็กำลังจะถึงเขาแดงค่ะ เวลาตี 5 กว่าๆแหมมมมม คิดเอาแล้วกันจะวังเวงแค่ไหน บอกก่อนว่ามืดมากจัดเตรียมไฟฉายมาด้วยนะดารานำชายของพวกเราเลยแหละ ระยะทางไป - กลับโดยประมาณ 1 กิโล ทางขึ้นก็จะเต็มไปด้วยหิน บางช่วงควรมีตะกายบ้าง ก็ลำบากอยู่ ยิ่งเป็นตอนมืดๆอย่างนี้อีก สนุกเลยจ้ะ ส่องไฟฉายหาลูกศรนำทาง พอเดินมาเรื่อยเริ่มเจอคน ฟ้าก็เริ่มสว่างนิดๆทำให้พอเพียงมองเห็นทาง ใจก็ชื้นขึ้นมาหน่อย แพนนึกว่าแพนจำเป็นต้องหลงป่าซะแล้ว ฮร่า ในที่สุดก็มาถึงบนยอด หาเกือบตายพบรูปที่มีป้ายจุดสำหรับเพื่อชมวิวเขาแดงเพียงแค่รูปเดียวที่สหายบังเอิญกดถ่ายแบบไม่ตั้งใจ แถมแพนยังเอาตัวเองเข้าไปบังอีก เฮ้อออออ ช่างเถอะจ้ะมาถึงบนนี้แล้วจะต้องถ่ายรูปเก็บไว้ล่ะเนาะถ่ายให้บุตรสาวด้วย อุตส่าห์ปีนป่ายเขามาด้วยกัน เลอะเทอะไปหมดรวมทั้งวิวที่มองจากบนนี้ค่ะ เดินมาอีกฝั่งของยอดดอยจะพบทิวทัศน์วัดเขาแดงแล้วก็ภูเขาที่ซ้อนทับกัน สวยมากมายพระอาทิตย์เริ่มฉายแสงแรง แพนก็ลาล่ะจ้ะ เนื่องจากเขาแดงค่อนจะยอดเยี่ยมเขาที่เล็กมากมาย หากคนขึ้นมาเกิน 10 คนก็แน่นแน่นอนจ้ะ ไม่มีที่หลบแดดด้วย โดยเหตุนี้พวกเราลงไปป่ายปีนเขาลูกที่ 3 กันเลยดีกว่า
ออกมาจากจุดชมวิวเขาแดงก็ตรงมาด้านในสวนเลยค่ะ ไปตามป้ายที่ชี้ไปถ้ำพระยานครนะคะ
เขาลูกที่ 3 ไต่ขึ้น "จุดสำหรับเพื่อชมวิวเขาเทียน"
เขาเทียนจะเป็นทางผ่านเพื่อไปชมถ้ำพระยานครจ้ะ ถ้าเกิดคนใดเหมาเรือเพื่อไปลงชายหาดแหลมศาลาจะไม่ได้ขึ้นเขาเทียนนะคะ แม้กระนั้นรุ้มั้ยว่านั่นพลาดอย่างแรงระยะทาง 530 เมตรจ้ะ แต่ว่าฟุตบาทค่อนจะสบายกว่าเขาอื่นๆแม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่เหนื่อยนะ ทำเอาหอบเช่นกันแต่ว่าพอเห็นทิวทัศน์จุดแรกก็มีกำลังใจเดินต่อแล้ว ตรงนี้เป็นหาดทรายบางปูจ้ะ อยู่ฝั่งที่เราเดินขึ้นเขามานั่นล่ะจ้ะ ผู้ใดที่จะเหมาเรือไปลงชายหาดแหลมศาลาก็มาขึ้นตรงนี้ค่ะ เรือลำละ 400 บาท นั่งไ้ด้ 6 คนเดินมากระทั่งใกล้ถึงทางลงพวกเราก็จะพบจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่มองเห็นชายหาดแหลมศาลา ทรายขาวๆกับน้ำทะเลสีเขียวอย่างนี้เลย หลังจากนั้นก็เดินลงจากเขาเทียนมาจ้ะ ก็อ่อนเพลียเอาการอยู่ ต่อไปก็จำต้องเดินผ่านชายหาดแหลมศาลาเพื่อไปถ้ำพระยานครกันค่ะ
เขาลูกที่ 4 ป่ายปีนขึ้น "ถ้ำพระยานคร"
ระหว่างทางบางทีอาจได้พบเจอสัตว์ป่ากระจาย อย่างพวก ค่างแว่นที่รอโผล่มาให้ตื่นเต้นเวลาได้มองเห็นไกล้ๆแบบงี้ๆมันไม่กลัวคนด้วยนะ บางครั้งก็มีมองตากลับมาประมาณว่า "นี่ถิ่นตรู"ทางขึ้นถ้ำพระยานครจะมีลักษณะเป็นหินก้อนเล็ก ใหญ่ เดินง่ายบ้าง ยากบ้างเป็นช่วงๆไปพอเพียงเดินมาถึงกลางทางก็จะเจอจุดพักชมวิวค่ะ ผู้ใดกันแน่ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ก็จะโบกไม้โบกมือลาตรงจุดนี้ล่ะ แพนพักผ่อนไม่นานก็ลุยต่อ นับว่ายังเดินไม่รุนแรงมาก พอไหวอยู่ตราบจนได้เห็นปากถ้ำดีอกดีใจเป็นบ้า เสมือนปราบอะไรได้ซักอย่าง จากปากถ้ำจำต้องเดินลงไปด้านล่างค่ะ มีบันไดลงไปลึกพอสมควร ไม่ต้องการจะนึกถึงตอนขึ้นเล้ยยยยยยยสิ่งอัศจรรย์แรกที่ได้พบก็คือ "น้ำตกแห้ง" เป็นหินฝาผนังถ้ำที่มีลักษณะเหมือนชั้นน้ำตก มนุษย์อย่างเราก็เลยไปตั้งชื่อให้หินนี้ว่าน้ำตกแห้ง ก็มันไม่มีน้ำนี่เนาะ ฮร่าพอลงมาในถ้ำจนถึงพื้นดินดูขึ้นไป อื้อหือ ลงมาไกลเช่นกันแฮะ จากปากถ้ำกว้างๆนี่เล็กลงเชียพอหันกลับมามองด้านในบ้างก็พบแล้ว สิ่งอัศจรรย์อย่างที่สอง "สะพานมรณะ" เป็นผลมาจากการที่ฝาผนังถ้ำข้างบนถูกลม ฝน กรัดกร่อน กระทั่งเป็นโพรงเหลือเพียงแค่ตรงกลางลักษณะก็จะคล้ายสะพาน แต่ที่ว่ามรณะนั้นเนื่องจากมีสัตว์ป่าจากด้านบนพลัดตกลงมาอยู่บ่อยๆ
เขาลูกที่ 5 ตะกายขึ้น "ถ้ำแก้ว"
จะบอกว่าถ้ำนี้เป็นถ้ำท้ายที่สุดที่แพนขึ้น แล้วก็เป็นถ้ำที่สนุกที่สุดละสำหรับแพน ความสูงจากพื้นดินถึงปากถ้ำเพียงแค่ร้อยกว่าเมตรจ้ะ แต่ว่าทางชันมากมายกกกกกก หินก็แหลมมากกกกกกกกกกกคนใดกันใส่รองเท้าบางๆมาเตรียมร้องไห้ได้เลย ตอนแรกจะมีเชือกให้จับไต่ขึ้นไป และหลังจากนั้นก็เกาะกิ่งไม้กิ่งต้นหญ้าขึ้นเองเลยค่ะพอเพียงมาเจอปากถ้ำต้องลงไปในรูนี้ค่ะ พวกเราจะต้องไปเผชิญภัยกัน ระยะทางในถ้ำ 200 เมตร ที่แพนพูดว่าถ้ำนี้สนุกสุดก็นี้แหละค่ะ ด้านในถ้ำจะมืดมาก ไม่มีแสงลอดเข้ามาเลยซักนิดหากเดินพ้นปากถ้ำไปเนี่ยถ้าเกิดคนไหนกันอยากได้เช่าไฟฉายหรือให้ข้าราชการนำทางก็ติดต่อก่อนขึ้นมานะคะ ส่วนแพนก็เดินกันเองกับสหาย 2 คนจ้ะ แพนเตือนก่อนว่าคนใดเป็นโรคกลัวที่แคบนี่อย่าได้ลงไปเลยค่ะ ทีแรกๆจะต้องมีคลานด้วย ดวงใจนี่ตุ๊มๆต่อมๆเพราะว่ามองไม่เห็นคนไหนกันเลย มองไปด้านหน้าก็มองเห็นทางสุดแค่ปลายแสงสว่าง อีกทั้งน่าสยดสยองทั้งตื่นเต้นมูลเหตุที่ถ้ำนี้มืดมากเพราะเหตุว่าทาง อช. อยากให้ถ้ำแก้วยังคงความธรรมชาติให้มากที่สุด ด้วยเหตุว่างั้นเราเลยได้เห็น หินย้อย หินย้อย งดงามเวลาโดนไฟฉายส่องอย่างนี้ สำหรับในการเผชิญภัยในถ้ำ ต้องระมัดระวังมากๆเลยจ้ะ มีคลาน มีปีน มีมุด เป็นระยะๆและก็มีหลุมขนาดใหญ่ข้างในถ้ำด้วย
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวต่างประเทศ

Tags : ท่องเที่ยวไทย,เที่ยวยุโรป,เที่ยวต่างประเทศ