ผู้เขียน หัวข้อ: หอมเเดง มีสรรพคุณเเละประโยชน์ที่น่าทึ่งมากๆ  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2018 , 11:35:58
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


หอมแดง
ชื่อสมุนไพร  หอมแดง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน หอมไทย,หอมเล็ก,หอมหัว หอมแดง(ภาคกึ่งกลาง), หอมปั่ว ,แพทย์แดง (ภาคเหนือ) , หัวหอมแดง (ภาคใต้) , ฝักบั่ว (ภาคอีสาน) , ปะเซ้ส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , ปะเซอก่อ (กะเหรี่ยง-ตาก) , ซัง , ตังซัง (จีน)
ชื่อสามัญ  Shallot
ชื่อวิทยาศาสตร์  Allium ascalonicum Linn.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Allium carneum Willd., Allium fissile Gray, Allium hierochuntinum Boiss., Porrum ascalonicum (L.) Rchb.
ตระกูล             Amaryllidaceae
บ้านเกิด หอมแดง เป็นพืชขนาดเล็กที่ปลูกไว้เพื่อบริโภคส่วนของหัวหรือบัลบ์ นิยมใช้สำหรับการทำกับข้าว รวมทั้งเป็นสมุนไพร ทั้งนี้หอมแดง มีบ้านเกิดเมืองนอนเริ่มแรกในทวีปเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ คาดคะเนว่าอยู่ในแถบประเทศทาจิกิสถานที่ อัฟกานิสถาน แล้วก็ประเทศอิหร่าน โดยเช้าใจกันว่าหอมแดงกลายพันธุ์ตามธรรมชาติมาจากหอมหัวใหญ่รวมทั้งมีการคัดประเภทเพื่อนำมาปลูกเป็นพืชของกิน ในจีนแล้วก็ประเทศอินเดียและมีการกระจัดกระจายชนิดไปทั่วทั้งโลก ซึ่งได้มีการเขียนบันทึกไว้ ในตอนคริสตวรรษที่ 12 ตอนนี้การปลูกหอมแดงได้แพร่หลายไปทั่วโลก แม้กระนั้นก็ยังมีการบริโภคน้อยกว่าหอมหัวใหญ่อยู่  หอมแดง จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในแถบเอเซียอาคเนย์ โดยในประเทศไทยพบว่ามีการปลูกมากทางภาคอีสานและทางภาคเหนือ แต่ว่าหอมแดงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหอมแดงคุณภาพดีก็ได้แก่หอมแดงจากจังหวัดศรีสะเกษ
ลักษณะทั่วไป
ใบ ใบแทงออกมาจากลำต้นหรือหัว มีลักษณะเป็นหลอดกลม ข้างในกลวง มีสารสีนวลเป็นไขเคลือบผิวใบ ใบมีลักษณะตั้งตรงสูงราว 15-50 ซม. แตกออกเป็นชั้นถี่ 5-8 ใบ ใบอ่อนสดของหอมแดงใช้ในการบริโภค
ส่วนหัวหรือบัลบ์ หัวหรือบัลบ์เป็นส่วนของกาบใบที่เรียงทับกันแน่นจากข้างในของหัวออกมา เป็นแหล่งสะสมของกิน รวมทั้งน้ำ มีลักษณะเป็นกระเปาะ เรียกว่า Bulbs มีลำต้นด้านใน มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆสีขาว ซึ่งเป็นที่เกิดของหัวหอม หัวหอมจะแตกใหม่ออกมาจากหัวเดิม โดยเฉลี่ย 2 - 20 หัวต่อกอ เส้นผ่าศูนย์กลางของหัวราวๆ 1.5-3.5 เซนติเมตร
ต้น ต้นที่มองเห็นเหนือดินเป็นส่วนที่อยู่ต่อจากบัลบ์ จัดเป็นลำต้นเทียมที่เกิดขึ้นจากกาบใบเรียงอัดกันแน่น ถัดมาจึงเป็นส่วนของใบ
ราก รากหอมแดงเป็นระบบรากฝอยจำนวนหลายชิ้น แตกหน่อออกจากข้างล่างของต้น มีลักษณะเป็นกระจุกรวมกันที่ก้นหัว รวมทั้งแพร่ลงดินลึกในระดับตื้นราวๆ 10-15 เซนติเมตรและก็แผ่รอยต้นราว 5-10 เซนติเมตร
การขยายพันธุ์ หอมแดงสามารถแพร่พันธุ์ได้ 2 วิธีเป็นการใช้ท่อนหัวชนิด (sets) และก็การใช้เมล็ดพันธุ์ (seeds) การใช้หัวประเภท (sets) เป็นวิธีของเกษตรกรที่นิยมปฏิบัติกันมานาน หัวหอมแดงที่จะปลูกจำต้องผ่านการพักตัวมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก็เลยจะปลูกได้  การใช้เมล็ดพันธุ์ (seeds)  เป็นวิธีที่ลดทุนสำหรับเพื่อการผลิตสำหรับในการซื้อหัวชนิดที่ราคาแพงแพง สำหรับวิธีการปลูกหอมแดงนั้นมีดังนี้
การเตรียมแปลงปลูก หอมแดงเป็นพืชที่มีระบบรากสั้น มีขอบเขตรากลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ดังนั้น ในระดับความลึกนี้ หอมแดงจึงอยากได้หน้าดินที่ร่วนซุย และก็มีความชุ่มชื้นเป็นประจำ มีการระบายน้ำ และก็อากาศดี ไม่ต้องการดินแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะที่มีการแตกหัวใหม่ การเตรียมดินให้ร่วนซุยจะช่วยทำให้หอมแดงเจริญเติบโตได้ดิบได้ดี ด้วยการไถพรวนดินครั้งแรก ลึก 20 ซม. พร้อมกำจัดวัชพืช ผึ่งแดดทิ้งเอาไว้ 7-15 วัน จากนั้น ไถลูกพรวนดินให้ร่วนด้วยเขาหินนที่เล็กลง ลึก 20-30 เซนติเมตร แล้วก็ตากดินก่อนปลูก 3-7 วัน ก่อนไถลูกพรวนครั้งที่ให้หว่านปุ๋ยธรรมชาติ อัตรา 2-3 ตัน/ไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 20-30 กิโล/ไร่ ในฤดูฝนแปลงปลูกหอมแดงต้องชูร่องกว้างโดยประมาณ 1-1.2 เมตร ความยาวขึ้นอยู่กับพื้นที่สำหรับเพาะปลูกเพื่อให้น้ำฝนระบายออกได้ ระยะห่างระหว่างแปลงจะเว้นไว้ราว 30-50 เซนติเมตร เพื่อเป็นฟุตบาทสำหรับการให้น้ำหรือกำจัดวัชพืช
ก่อนปลูก 1-3 วัน ควรให้น้ำในแปลงให้ชุ่มก่อน กรรมวิธีปลูก นำหัวพันธุ์ที่พักตัวดีแล้วหรือหัวชนิดที่เก็บไว้นาน 2-4 เดือนภายหลังเก็บเกี่ยว มาตัดรากแห้งออก แยกหัวออกจากกันให้เป็นหัวผู้เดียวๆแล้วฝังหัวลงไปในดินให้ปลายของหัวอยู่เป็นประจำผิวดิน ระยะปลูกที่ 15 x 15 เซนติเมตร ปิดฟางหนาประมาณ 1 เซนติเมตร เมื่อหอมแดงแตกหน่อได้โดยประมาณ 15 วัน จึงหว่านปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 21% อัตรา 10 กิโล/ไร่ แล้วให้น้ำเช้าตรู่เย็นหรือวันละครั้ง สุดแท้แต่สภาพความชุ่มชื้นของผิวดิน  หอมแดงที่ปลูกจากหัวเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 60 วัน หอมแดงที่สมควรสำหรับการเก็บเกี่ยวต้องแก่จัด มีใบแห้งตามธรรมชาติ โดยห้ามใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นบังคับให้ใบแห้ง เนื่องจากว่าหัวหอมบางทีอาจเน่าหายหรือแก่เก็บไว้บริโภคสั้น ก่อนที่จะมีการเก็บเกี่ยวโดยประมาณ 10-15 วัน ต้องงดให้น้ำ แล้วก็ให้น้ำอีคราวก่อนเก็บเกี่ยว 24 ชั่วโมง เพื่อให้หอมแดงถอนได้ง่าย การเก็บเกี่ยวจะใช้กรรมวิธีมือถอนหรือใช้จอบหรือเสียมขุดร่วมด้วย ข้างหลังการเก็บเกี่ยว หอมแดงจะเก็บได้ไม่เกิน 6 เดือน ภายหลังเก็บเกี่ยวบนแปลง ถ้าเกิดเกิน 6 เดือน หัวหอมแดงจะฝ่อไม่สามารถที่จะรับประทานและไม่สามารถนำไปเพาะปลูกได้
                ทั้งนี้หอมแดงสามารถผสมข้ามพันธุ์ได้ กับหอมหัวใหญ่ ลูกผสมที่เกิดขึ้นมีลักษณะรูปร่างจัดเข้าอยู่ในกรุ๊ปของหอมหัวใหญ่ (A.cepa)  ส่วนจำพวกหอมแดงที่นิยมนำมาปลูกในประเทศไทยมีอยู่ 3  จำพวก ซึ่งลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาก
ชนิดจังหวัดศรีสะเกษ เปลือกหัวนอกครึ้ม มีสีม่วงแดง หัวมีลักษณะกลมป้อม มีกลิ่นแรง ให้รสหวาน ใบเขียวเข้มมรกต มีนวลจับน้อย
จำพวกบางช้าง มีลักษณะคล้ายกับพันธุ์จังหวัดศรีสะเกษ แต่สีเปลือกจางกว่า หัวมีลักษณะกลมป้อม ใบสีเขียวเข้ม มีนวลจับนิดหน่อย เป็นจำพวกที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าทุกพันธุ์
ชนิดเชียงใหม่ มีเปลือกบาง สีส้มอ่อน หัวมีลักษณะกลมรี  กลิ่นไม่ฉุนเหมือนชนิดอื่น ให้รสหวาน หัวจะแบ่งเป็นกลีบแจ่มชัด ไม่มีเปลือกหุ้ม ใบสีเขียวมีนวลจับ
องค์ประกอบทางเคมี   หัวหอมมีน้ำมันระเหยง่ายที่มีกำมะถัน diallyl disulphide เป็นองค์ประกอบร่วมกับสารอื่นๆอีกเช่น Ethanol, Acetonc, methyl Ethyl, Methyl Disulfide, Methyl, Methyl Trisulfide, Methyl I-propyl Trisulfide, I-propyl Trisulfide, Ketone, I-propanol, 2 – propanol, Methanol, I-butanol, Hydrogen Sulfidc, I-propanethiol, I-propyl Disulfide , Thioalkanal-S-oxide, di-n- propyl Disulfide, n- propyl-allyl Disulfide,  Dithiocarbonate รวมทั้ง Thiuram Sulfidc ,Linoleic , flavonoid Glycoside , pectin , alliin ส่วนสารที่ทำให้มีการเกิดกลิ่นในหัวหอมมีอยู่ 3 ชนิดเป็นdipropyl trisulfide, methylpropyl disulfide , methylpropyl disulfide และก็ methylpropyl trisulfide  ส่วนคุณประโยชน์ทางโภชนาการของหอมแดงนั้นมีดังนี้

ค่าทางโภชนาการของหอมแดงดิบต่อ 100 กรัม

  • หอมแดงพลังงาน 72 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 16.8 กรัม
  • น้ำตาล 7.87 กรัม
  • เส้นใย 3.2 กรัม
  • ไขมัน 0.1 กรัม
  • โปรตีน 2.5 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.06 มก.
  • วิตามินบี 2 0.02 มก.
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.29 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.345 มก.
  • วิตามินบี 9 34 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 8 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 37 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 1.2 มก.
  • ธาตุแมกนีเซียม 21 มก.
  • ธาตุแมงกานีส 0.292 มก.
  • ธาตุฟอสฟอรัส 60 มิลลิกรัม
  • ธาตุโพแทสเซียม 334 มิลลิกรัม
  • ธาตุสังกะสี 0.4 มก.


ผลดี/คุณประโยชน์  สำหรับในการใช้ประโยชน์จากหอมแดงนั้นส่วนใหญ่กว่า 80% มักจะนิยมนำไปปรุงอาหารอีกทั้งอาหารคาว และของว่าง รวมถึงนำไปเป็นเครื่องเคียง ของอาหารต่างๆอย่างเช่น ข้าวซอย สเต๊ อื่นๆอีกมากมาย รวมถึง หัวหอม ใบรวมทั้งช่อดอกอ่อน กินเป็นผักสดแล้วก็ปรุงเป็นอาหาร หอมอีกทั้งหัวรวมทั้งใบ ดอกเปรี้ยวกินเป็นผักจิ้ม
ส่วนในการใช้หัวหอมในด้านสรรพคุณรักษาโรคนั้นมีดังนี้ ตามคุณประโยชน์โบราณของไทยพูดว่า ใบมีรสเค็มหวาน เป็นเมือก ใช้แก้หวัดแล้วก็เลือดกำเดาออก หัวหอมรสเผ็ดร้อน แก้ไข้มีเสมหะ ใช้ในปริมาณน้อย บำรุงดูแลรักษาผมให้งอกงาม ทำให้ผิวหนังแจ่มใส แก้ไข้ ถูทาผิวหนังทำให้ร้อน ขับเสมหะ แก้โรคในปาก บำรุงธาตุ ใช้ข้างนอก
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ปกป้องรักษาตับรวมทั้งไต       การเรียนรู้ความสามารถสำหรับในการป้องกันความทรุดโทรมของตับและก็ไตจากการติดเชื้อไข้มาลาเรีย โดยจัดแจงสารสกัดหอมแดงอย่างหยาบด้วยน้ำ แล้วนำไปทดสอบฤทธิ์ในหนูถีบจักร สายพันธุ์ ICR ที่ติดโรคไข้มาลาเรีย Plasmodium berghei  ANKA ปริมาณ 6x106เซลล์ ต่อหนูทดลอง โดยให้หนูทดลองได้รับสารสกัดทางหลอดของกินวันละครั้ง เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน และทำการวัดค่าบ่งชี้ความเสื่อมโทรม ยกตัวอย่างเช่น ระดับเอนไซม์ตับ aspartate aminotransferase (AST), alanine aminotransferase (ALT) และตัวบ่งชี้การทำงานของไต ได้แก่ blood urea nitrogen (BUN) แล้วก็ creatinine โดยใช้ชุดตรวจสำเร็จรูป ผลการทดลองพบว่าความเข้มข้นสูงสุดของสารสกัดหอมแดงที่ไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความเป็นพิษหมายถึง3,000 มก.ต่อกิโล และก็ในขณะมีการติดเชื้อไข้จับสั่นนั้นจะพบความเสื่อมโทรมของตับ แล้วก็ไตเกิดขึ้นในวันที่ 10 ภายหลังติดโรคโดยดูได้จากระดับของ AST, ALT, BUN รวมทั้ง creatinine ที่สูงที่สุด แต่ว่าสารสกัดหอมแดงที่ขนาด 3,000 มก.ต่อกก. สามารถคุ้มครองปกป้องความเสียหายของตับแล้วก็ไต จากการติดเชื้อไข้มาลาเรียได้โดยดูจากตัวบ่งชี้ที่หรูหราธรรมดา จากผลการศึกษาวิจัยสามารถสรุปได้ว่าสารสกัดหอมแดงมีฤทธิ์ป้องกันความเสียหายของตับและก็ไตจากการต่อว่าดเชื้อมาลาเรียในตัวทดลองได้
ฤทธิ์ต้านทานอักเสบ       ทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบของส่วนสกัดหัวหอมแดงในเอทานอลในหลอดทดลอง ทำการทดลองความมีชีวิตรอดของเซลล์ด้วยแนวทาง 3-4,5-dimethylthiazol-2-yl-2,5-dyphenyl tetra-zolium bromide (MTT) ศึกษาผลของส่วนสกัดต่อการแสดงออกของยีนที่เป็นตัวกลางการอักเสบตัวอย่างเช่น inducible nitric oxide synthase (iNOS), cyclooxygenase (COX)-2, COX-1, tumor necrosis factor (TNF)-α, interleukin (IL)-1β และก็ IL-6 ในเซลล์เพาะเลี้ยงมาโครฟาจ (RAW 264.7) ที่ได้รับการกระตุ้นด้วยสาร Lipopolysaccharide (LPS) โดยวัดจำนวนยีนที่แสดงออกด้วยแนวทาง reverse transcription polymerase chain reaction (RT-PCR) วิเคราะห์หาจำนวนฟีนอลรวม และฟลาโวนอยด์รวม ของส่วนสกัดโดยใช้ปฏิกิริยาการเกิดสีกับสาร Folin-Ciocalteu แล้วก็สารอลูมิเนียมคลอไรด์ เป็นลำดับ ผลวิจัยพบว่าที่ความเข้มข้น 62.5, 125 และ 250 ไมโครกรัม/มล. ส่วนสกัดหอมแดงในเอทานอลไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ และมีฤทธิ์ยั้งการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวกับการอักเสบเป็นต้นว่า iNOS, TNF-α, IL-1β และก็ IL-6 มากขึ้นตามความเข้มข้น ส่วนสกัดหอมแดงไม่เป็นผลต่อการแสดงออกของยีน COX-2 แม้กระนั้นยั้งการแสดงออกของยีน COX-1 อย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยมีจำนวนสารฟีนอลรวมคิดเป็น 15.964±0.122 สมมูลกับกรดแกลลิก/กรัม รวมทั้งมีจำนวนสารฟลาโวนอยด์รวม 11.742 ±0.012 มิลลิกรัม สมมูลกับสารเคอร์ซิทิน/กรัม
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา
ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ การทดสอบสารสกัดบิวทานอลจากหอมสด ความเข้มข้น 0.5 มิลลิลิตร/แผ่น หรือความเข้มข้นอื่นๆกับ Bacillus subtilis M-45 (Rec-) ในจานเพาะเชื้อ พบว่าไม่มีฤทธิ์ และก็เมื่อเปลี่ยนแปลงมาใช้สารสกัดเอทานอล (95%) จากหอมสด ความเข้มข้น 0.5 มล./แผ่น กับ B. subtilis H-17 (Rec+) ในจานเพาะเชื้อ พบว่าไม่มีฤทธิ์ด้วยเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นการทดสอบน้ำสกัดหรือน้ำต้มหอมสด ความเข้มข้น 0.5 มิลลิลิตร/แผ่น กับ B. subtilis M-45 (Rec-) และก็การทดลอง B. subtilis H-17 (Rec+) ด้วยน้ำสกัดหอมสด ก็พบว่าสารสกัดกลุ่มนี้ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ แต่ถ้าหากใช้ส่วนสกัดจาก chromatography (undiluted) หรือการใช้ oleoresin จากหอม (undiluted) มาทดลองกับ Salmonella typhimurium TA100 ในจานเพาะเชื้อ พบว่ามีฤทธิ์ แต่ว่าเมื่อเอามาทดสอบกับ S. typhimurium TA98 กลับไม่มีฤทธิ์ ใช้สารสกัดเมทานอลทดลองกับ S. typhimurium TA98 พบว่าสารสกัดนี้มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์แรง และเมื่อศึกษากลไกการเมตา-โบไลท์สารก่อกลายพันธุ์ของหอมในร่างกาย พบว่ากลูตาธัยโอน กลูคิวโรนายด์ ไดธัยโอธรีธอล สามารถลดฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของหอมได้ แม้กระนั้นไวตามินซีไม่มีผลต่อฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของหอมอะไร มีการทดสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของเครื่องเทศที่ใช้จัดแจงน้ำพริกแกง ใน S. typhimurium พบว่าสารสกัดจากหอมมีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ถึง 100% ซึ่งมีต้นเหตุจากสารสำคัญที่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ซึ่งมีอยู่แล้วตามธรรมชาติในหอม เมื่อทำแยกแล้วก็พินิจพิจารณาสารสำคัญนั้นพบว่า เป็นสารชนิด ฟลาโวนอยด์ เคอร์ซิตำหนิน (quercetin) โดยสารสำคัญที่แยกบริสุทธิ์ได้ 1 ตัว พบว่าเป็นquercetin-4-0-glycoside สารนี้เป็นสารก่อกลายพันธุ์ฤทธิ์อ่อน ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของมันจะสูงขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกาย เมื่อสลายสารนี้ด้วยเอนไซม์ b-glucuronidase ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่พบที่ลำไส้ใหญ่ พบว่าฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์จะรุนแรงเพิ่มขึ้น
พิษต่อเซลล์ ทดลองสารสกัดเมทานอลจากรากหอมสด ความเข้มข้น 200 มคกรัม/มล. กับ macrophage cell line raw 264.7 พบว่าสารสกัดนี้ไม่มีพิษต่อเซลล์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
ข้อแนะนำ/ข้อควรคำนึง

  • หนังสือเรียนยาไทยกล่าวว่า หัวหอม ไม่สมควรรับประทานมากเกินไป หรือกินเสมอๆ เพราะอาจจะทำให้ประสาทเสีย ให้หลงลืมได้ง่าย ทำให้มีกลิ่นเต่า ฟันเสีย เลือดน้อย รวมทั้งตาฝ้ามัวไม่แจ่มใส
  • สำหรับการเลือกหอมแดงมาใช้ประโยชน์ควรที่จะทำการเลือกหอมแดงที่มีอายุเก็บเกี่ยวไม่เกิน 6 เดือน เพราะเหตุว่าแม้เกิน 6 เดือนไปแล้ว จะได้หัวหอมที่ฝ่อ ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้หรืออาจมีสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ
  • น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากหอมแดง มีรสเผ็ดร้อน ทำให้เคืองตา  แสบจมูก  รวมทั้งอาจจะเป็นผลให้ผิวหนังปวดแสบปวดร้อน
  • น้ำหอมแดงมีสารกำมะถันซึ่งทำให้แสบตา แสบจมูก รวมทั้งผิวหนังมีลักษณะอาการระคาย จึงไม่สมควรใช้ทาใกล้รอบๆผิวหนังที่เปราะบาง
เอกสารอ้างอิง

  • วรวุฒิ สมศักดิ์, สุกัญญา ชาชิโย, สมเดช ศรีชัยรัตนกูล, ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์. ฤทธิ์ของสารสกัดหอมแดงต่อความเสียหายของตับและไตจากการติดเชื้อมาลาเรีย Plasmodium berghei ในหนูทดลอง. การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 6, วันที่ 26 มิถุนายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จ.สงขลา.
  • จิรวัฒน์ เวชแพศน์.2526 การศึกษาระยะปลูกของหอมแดง.ปัญหาพิเศษปริญญาตรี ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ.
  • ภก.ชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ.หอมเล็ก.คอลัมน์ สมุนไพรน่ารู้. นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่27.กรกฎาคม 2524 http://www.disthai.com/
  • หอม.ฐานข้อมูลพืชสมุนไพรที่มีการใช้ในผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • อาทิตย ศุขเกษม. การเปรียบเทียบผลผลิตของหอมแดงที่ปลูกด้วยหัวพันธุ์และเมล็ดพันธุ์.ปัญหาพิเศษปริญญาตรี.ภาควิชาพืชสวนคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน.13 หน้า
  • Lorenz, O.A. and D.N. Maynard. 1980. Knott’s hand book for vegetable growers. John wily and Sons, Inc. New York. 390 p.
  • หอมแดง สรรพคุณและการปลูกหอมแดง.พืชเกษตรดอทคอม เว็บเพื่อพืชเกษตรไทย
  • พะยอม ตันดีวัฒน์.2530. เครื่องเทศ.119 หน้า.
  • หอมแดง.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • รัตนา พรหมพิชัย. (2542). หอมบั่ว. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ (เล่ม 14, หน้า 7530). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
  • Werawattanachai N, Kaewamatawong R, Junlatat J, Sripanidkulchai B. Anti-Inflammatory potential of ethanolic bulb extract of Allium ascalonicum. Journal of Science & Technology, Ubon ratchathani University. 2015;17(2):63-68.
  • วิศิษย์ ว่องทิพยคงคา.2510. การเปรียบเทียบหาระยะปลูกที่เหมาะสม ของหอมต้นเพื่อเพิ่มผลผลิต ปัญหาพิเศษ ปริญญาตรี ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ.